ขอขอบคุณสวรรค์ที่ไฟติด มีแรงอัพบล็อกเสียทีนึง สำหรับเกม Gakuen K หรือ K ภาครั้วโรงเรียนนั้นขอรับประกันเลยว่าหาความปวดตับแบบภาคหลักไม่เจอแน่นอนค่ะ มีแต่ความมุ้งมิ้งงุ้งงิ้งอะไรก็ว่ากันไป
 
สำหรับคนที่จะเริ่มประเดิมกับการรีวิวเกมนี้ก็เป็นบุคคลที่เรียกได้ว่าโม่ย...มาก ฟุชิมิ นั่นเอง
 
Fushimi Saruhiko (CV.Miyano Mamoru)

 
นักเรียนชั้นปี 2 เพื่อนร่วมห้องของซายะ(รวมถึงพวกยาตะด้วย) อยู่ชมรมสีน้ำเงิน เป็นคนที่หงุดหงิดไปซะทุกอย่าง เว้นแต่ได้ทะเลาะกับยาตะจังแล้วจะเผยอีกด้านนึง(ความโม่ย)ออกมา ส่วนผลงานพากย์นั้นมาโมะจังพากย์แต่ละตัวละครออกมาได้ดีจริงๆค่ะ จะบทแบบไหนก็มาเถอะ หล่อทุกราย… ส่วนตัวแล้วชอบผลงานเพลงเค้ามาก เซ็กซี่สุดๆ(เอิ่ม...)
 
สำหรับรีวิวครั้งนี้นั้นมีคนขอรีเควสมาค่ะ ซึ่งเราก็เล่นจบพอดีเลยสามารถรีวิวได้ อย่างไรก็ตาม เราคงรีวิวแบบไม่ยาวเกินไปนะคะ
 
หมายเหตุ: สำหรับในภาคเกมนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับภาคหลักค่ะ
 
!!Start!!
 
ในบทนำ ซายะได้เจอกับซารุระหว่างที่พูดคุยกับพวกยาตะ เขาพูดจาเหน็บแหนมยาตะเหมือนทุกที พอซายะรู้ตัวว่าอีกฝ่ายมองมาทางเธอเลยรีบแนะนำตัว ทว่าอีกฝ่ายไม่พูดอะไรซ้ำยังบอกให้หลบ มันเกะกะ ยาตะเลยบอกว่าแล้วไหนคำแนะนำตัวล่ะ ซายะเป็นเพื่อนร่วมห้องคนใหม่ การแนะนำตัวเป็นเรื่องปกติหรือว่าทำไม่ได้กัน ด้วยความหงุดหงิดฟุชิมิเลยแนะนำตัวแบบขอไปทีก่อนจะกลับไปยังที่นั่งตัวเอง
 
รุ่งขึ้นซายะตัดสินใจจะเข้าชมรมสีน้ำเงินแล้ว เธอได้มาถึงหน้าชมรม ซึ่งดูยังไงๆก็ไม่เหมือนเลย อลังมากกกกกก อลังเกิีนนนนนน แต่ดูแล้วคงไม่ผิด เธอเข้าไปและพบว่ามุนาคาตะกับอากิยามะกำลังคุยอยู่ทำให้หาโอกาสพูดไม่ได้ แต่แล้วฟุชิมิก็เข้ามาจากข้างหลังพร้อมถามว่ามาทำอะไรลับๆล่อๆ ซายะก็ตอบไปตามความจริงว่าเธอจะมาดูชมรม ฟุชิมิเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่ แถมยังลากซายะมาให้มุนาคาตะพร้อมบอกว่าพบผู้บุกรุกซะงั้น (นี่เอ็งเข้าใจจริงๆเรอะ)
 
พอผ่านมรสุมมาได้แล้ว(คงไม่ต้องบอกว่าเจออะไร มุนาคาตะแกล้งซะ) ซายะก็ได้เข้าชมรมอย่างเป็นทางการเสียที ส่วนฟุชิมิถูกขอร้องแกมบังคับให้จับคู่กับซายะเพราะเขามีส่วนผิดที่จู่ๆลากเธอเข้ามา แม้อีกฝ่ายจะหงุดหงิด แต่ก็ทำตามคำสั่งโดยดี จุดๆนี้เป็นอะไรที่ฮากลิ้ง มุนาคาตะทำหน้าที่ควีนโดะเอสที่ดีมาก กลั่นแกล้งนางเอกและลูกน้องด้วยความรัก XD
 
ส่วนตัวเนื้อเรื่องของชมรมสีน้ำเงินนี่ค่อนข้างทำเซ็งหลายตลบ ด้วยความที่ชมรมน้ำเงินเป็นสภานักเรียนไปในตัวด้วยเลยค่อนข้างซีเรียลไปบ้าง อีตามุนาคาตะก็ใช้ศัพท์ทางการไป (มีอยู่วันนึงไปค้างบ้านเพื่อนแล้วเล่นให้ดู คือต้องแปลด้วย เล่นรูทมุนาคาตะพอดี เข้าใจฟีลลิ่งมั้ยพี่ชายว่าแปลไปก็เหนื่อยไป สุดท้ายสั่งแมคมากินตอนเที่ยงคืน โดนตีตราว่ามนุษย์กระเพาะสี่มิติอีก ชุ้นผิดตรงไหนนนน 55555+) ฟุชิมิก็ดูไม่ค่อยช่วยซายะจังเท่าไหร่ ไอ้ผู้ชายไร้หัวใจเอ๊ย เล่นแล้วก็ปวดใจ ต้องอดทนฟันฝ่าว่าจบรูทฝั่งน้ำเงินแล้วจะได้ไปฟินกับสีแดงต่อ ฮือออออออออออ เจ็บปวดเว้ยยยยยย
 
ฟุชิมินี่ถึงจะทำตัวเป็นผู้ชายขี้เบื่อ ไร้หัวใจ เย็นชา ปากร้ายไปบ้าง แต่พี่แกก็มีข้อดี (ก่อนหน้านี้คือชม?) คือทำตามคำสั่งของหัวหน้าตัวเองประหนึ่งมุนาคาตะคือตัวชี้ขาดแบบนั้นเลย แล้วก็เป็นคนช่างสังเกตดี อย่างตอนที่ซายะลืมกระเป๋าไว้ พี่แกก็บอกที่ให้  มีตอนนึงที่มุนาคาตะสั่งว่าให้ทั้งคู่ทำคะแนนสอบรวม 180 คะแนน ฟุชิมิหัวดีอยู่แล้วไม่มีปัญหา แต่ซายะต้องนั่งติวที่ห้องสมุด แล้วบังเอิญเจอพวกชิโระพอดีก็มานั่งติวกัน พอเนโกะเริ่มเบื่อโวยวายเข้าหน่อย ฟุชิมิโกรธใหญ่ หลังจากเจ้าตัวไปแล้ว ชิโระก็ทักว่ามีสมุดอยู่ตรงหน้าซายะนะ ปรากฏว่าเป็นเทคนิคติวของฟุชิมินั่นเอง (นี่เนียนวางให้สินะ)
 
ทีนี้คนที่เล่นจนครบแล้วจะเริ่มรู้ว่าพลังของซายะจะต่างออกไปในแต่ละรูท ในรูทของฟุชิมินั้นพลังของเธอจะเป็นเหมือนเร่งการเจริญเติบโตของดอกไม้ค่ะ หลังเลิกเรียนทั้งคู่มาถอนหญ้ากัน ซายะไม่ได้มีหน้าที่นี้ก็จริง แต่ฟุชิมิเอาความเป็นคู่หูมาอ้างก็ทำๆไป ซายะจังก็แสนมองโลกแง่ดีเห็นว่าอีกฝ่ายช่วยเรื่องสอบแล้ว งั้นก็ตอบแทนแล้วกัน ทีนี้ความฮาบังเกิดเพราะหญ้ามันขึ้นเอาๆจนดอกไม้ผุดซะงั้น!!
 
 
งานนี้ฟุชิมิอึ้ง ทึ่งเลยทีเดียว เพราะหลังจากนั้นจะต้องช่วยกันถอนให้หมดจนมืดค่ำ คิดแล้วเหนื่อยแทนเลยฮะท่านผู้อ่าน
 
วันนึงช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ ซายะได้รับหน้าที่ยกสมุดไปที่ห้องพักครู ระหว่างเดินก็ชนกับฟุชิมิ ด้วยความรำคาญหรืออะไรไม่รู้ พี่แกก็ช่วยยกให้ครึ่งนึงเพราะเห็นว่ามันเยอะ ซายะเลยถามว่าจะเอาของตอบแทนอะไรมั้ย เพราะช่วยหลายครั้ง พี่แกก็ตอบแบบขอไปทีว่าซื้อน้ำมาให้แล้วกันจากนั้นเดินดุ่มไปเลย
 
พอออกมาจากห้องพักครู ซายะก็ซื้อน้ำให้ตามสัญญาและได้เดินคุยกับฟุชิมิเรื่องเข้าค่าย อีกฝ่ายแอบบ่นงุบงิบมาซื้อจริงด้วยแฮะ พอดื่มเสร็จก็คืนเงินค่าน้ำ (นี่กะว่าคงไม่ซื้อให้จริงๆสินะ)
 
 
เข้าสู่หน้าร้อนวันแรก คอนเซปท์ของหน้าร้อนคือต้องบอกว่าปีนี้ช่างร้อนยิ่งนัก เห็นบ่นกันตลอดไม่ว่าจะเกมไหนๆที่มีหน้าร้อนยกเว้นแอมนีเซีย (ได้ข่าวว่าร้อนทุกปี..) แน่นอนล่ะค่ะว่าซายะต้องบ่นว่าร้อน พอถึงหน้าประตูบังเอิญเจอกับฟุชิมิเข้า พี่แกกำลังกินการิการิคุงอยู่(ในเกมบอกเป็นโกริโกริคุง) คุยกันนิดหน่อยก็ส่งไม้ไอติมให้ ตอนแรกก็ว่าส่งขยะให้ทิ้งแทน แต่ไม่ใช่แฮะเพราะบังเอิญนั่นเป็นไม้ฟรีไปแลกได้ พักกลางวันซายะเลยแบ่งให้ฟุชิมิกินด้วย เออ ขอชมว่าฟุชิมินี่พ่อคนดีศรีประเสริฐเลย พอเข้าใจคนชอบอีตานี่บ้างแล้วล่ะ
 
ความพิเศษของหน้าร้อนคือเราจะได้เห็นคานาโมโต้เวอร์ชั่นเสียงหล่อสไตล์นากายู...เอ๊ย ตอนผอมต่างหากล่ะ เล่นเอาซายะกับคนเล่นอึ้งตามๆกันเลย รู้สึกรีแอ็คชั่นแต่ละคนตอนเห็นคานาโมโต้ผอมนี่ชวนฮาดี
 
และความพิเศษอีกอย่างของหน้าร้อนคือได้เห็นกล้ามหนุ่มๆค่ะพี่ชายขาาาาาาา...ขอโทษค่ะ เอาใหม่ๆ คือจะได้เห็นว่ายน้ำด้วย แต่นึกไม่ถึงว่าจะได้เห็นแบบนี้…
 
พวกเอ็งไปแข่งกับหนุ่มๆในฟรีเลยไป๊!!!!!! (=[]=; )
 
เรื่องของเรื่องคือคาบว่ายน้ำ ฟุชิมิดันไปไฝ้ว์กับยาตะจังเลยแข่งว่ายน้ำกันค่ะ ถ้ายาตะจังชนะ ฟุชิมิต้องเลิกเรียกว่ามิซากิ(แบบโม่ยและหลอนมาก) ไม่แซะยาตะจังของชั้นคงไม่ได้สินะ สโลแกนนายนี่เนอะ และที่ขาดไม่ได้คือ...คานาโมโต้ตอนติ่งยาตะ พี่แกเอะอะๆก็ยาตะซัง ยาตะซัง…
 
ทีนี้อีเว้นท์ในหน้าร้อนต่อมาคือมุนาคาตะ ฟุชิมิ อากิยามะและซายะจังประชุมวางแผนกัน ไปๆมาๆมุนาคาตะดันอยากปลูกดอกบานเช้า(アサガオ)ซะงั้น ถ้าใครแพ้จะต้องปลูก ทีนี้ซายะแพ้เลยต้องปลูกตามระเบียบ ตามด้วยฟุชิมิเพราะมุนาคาตะบอกว่า “เพราะเป็นคู่หู” ซายะเลยไปยืมหนังสือเกี่ยวกับดอกบานเช้ามาโดยมีฟุชิมิเป็นคนช่วยเหลือ
 
ความมุ้งมิ้งในอีเว้นท์นี้มันอยู่ตรงนี้ล่ะค่ะ ซายะตั้งชื่อดอกบานเช้าที่ปลูกว่าซารุฮิโกะ ทีนี้เจ้าของชื่อได้ยินเข้าก็สั่งให้เปลี่ยนด่วน มุนาคาตะเลยแกล้งเล่นๆว่างั้นเปลี่ยนเป็นเรย์อิชิแทนมั้ย ฟุชิมิเลยยอมแพ้ โอ๊ย น่ารักตรงนี้แหละ ใจจริงก็ไม่อยากให้เปลี่ยนล่ะสิ ส่วนอากิยามะที่ไม่ไปค่ายจะทำหน้าที่ดูแลให้
 
วันต่อมาเป็นวันเข้าค่ายของชมรม ฟุชิมิจะเคยบอกว่าเข้าค่ายมันไม่ได้สนุกขนาดนั้น ออกจะนรกแตกด้วยซ้ำไป คือหลักๆแล้วเข้าค่ายของชมรมสีน้ำเงินเป็นการฝึกฝนความแข็งแกร่งของพลังพิเศษ แล้วแบบลิสต์แต่ละอย่างก็...กะฆ่าให้ตายชัดๆ โหดจริงจัง อย่างฟุชิมิก็ชวนให้ซายะไปว่ายน้ำจนถึงอีกเกาะนึง โหดไปไหนนนนนน โชคดีที่นางเอกเกมนี้เธอแกร่งสุดๆ ไม่ค่อยสะทกสะท้านเท่าไหร่ (เป็นนางเอกเกมนี้ต้องไม่ธรรมดา) แถมว่ายน้ำเก่งอยู่แล้ว พอว่ายมาถึงทั้งคู่ก็พากันหลับจนดึก ฟุชิมิที่ตื่นก่อนเลยปลุกให้กลับกัน
 

 
ความโรมานซ์มันบังเกิดล่ะพี่น้องเอ๊ย พอซายะบอกว่าต้องรีบกลับแล้ว ฟุชิมิก็บอกให้ไปก่อน เค้าจะดูจากข้างหลังเอง ถ้าว่ายไม่ไหวก็รีบบอกซะ พอกลับมาเจอมุนาคาตะเข้า ฟุชิมิก็โกหกว่าว่ายไปอีกเกาะนู้นซึ่งมันไกลกว่าเกาะที่ว่ายไป เออ ยาซาชี่เป็นนี่หว่า :v
 
หลังจากกลับมาจากเข้าค่ายแล้ว ดอกบานเช้าเหมือนจะอาการไม่ดี ซายะเลยเผลอใช้พลังจนมันบานออกทุกดอกเลยสรุปว่าพลังของซายะใช่อย่างที่คิดจริงๆ
 

 
งานเทศกาลเราจะได้เห็นความแซ่บหนุ่มๆในชุดยูกาตะ ระหว่างเดินชมงานไป ฟุชิมิก็จ้องร้านขายช็อกโกบานาน่าประนึงอยากกิน แต่พูดไม่ได้ ซายะเลยเดินไปซื้อมาให้ และฟุชิมิก็เปิดใจยอมเรียกชื่อนางเอกของเราในที่สุด ไชโยโฮ่ฮิ้วววววววว แต่ขอโทษเถอะตอนหลังดันเฉลยว่ามุนาคาตะนี่แหละที่ไซโคให้ฟุชิมิใส่ คิดเหรอว่าผู้ชายที่เอาแต่บอกอุรุไซบ้างล่ะ เมนโดบ้างล่ะจะใส่ยูกาตะน่ะ//ฮา
 
อีกโมเม้นท์ยิบย่อย ทว่ามุ้งมิ้งดีต่อจากนั้นคือซายะดูพยากรณ์ในทีวีแล้วเค้าบอกว่าลักกี้ไอเทมของราศีที่ซายะเกิดนั้นคือปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน พอดีฟุชิมิมีอยู่ด้ามนึงพอดีเลยขอยืม เจ้าของก็ไม่ว่าอะไรก็ให้ยืมไป ซายะก็ถามวันเกิดอีกฝ่ายเพราะจะได้ให้ของขวัญวันเกิดบ้าง แล้ววันเกิดลิงเป็นอะไรที่จำง่าย นึกไว้ว่า ลิงไปเซเว่นอีเลเว่น (7 พฤศจิกายน = 7-11//ตรูเล่นมุกอัลไล)
 
ทีนี้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะมีพวกงานโรงเรียน ทัศนศึกษา เข้าค่ายอะไรแบบนี้ใช่มั้ยคะ แน่นอนว่ารูทฟุชิมิก็มีแน่นอน ช่วงทัศนศึกษาชมรมสีน้ำเงินได้ไปสวนสัตว์ ตรงนี้ล่ะค่ะที่เอาใจแฟนเกิร์ลฟุชิมิกันไป พี่แกเป็นที่รักของเหล่าสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยจริงๆ แถมตั้งชื่อลูกอัลปาก้าว่าโมโกโกะ โอ๊ย เซนส์ตั้งชื่อของนายนี่มันน่ารักมาก ดูเผินๆเหมือนไม่มีอารมณ์ร่วมนะ แต่ความจริงตั้งใจสุดฤทธิ์เลยนี่หว่า 555+
 
 
อีเว้นท์หลังๆชักไม่มีอะไรมากมาย อย่างตอนไปทัศนศึกษาที่โอกินาว่า ก็มีแวะซื้อของฝากพร้อมของขวัญ ตอนแข่งประกวดความสามารถในงานโรงเรียน ก็มีลังเลว่าเอาอะไรดี สุดท้ายก็เป็นโชว์ความสามารถของซายะ ถึงตอนในงานนางจะประหม่าจนเผลอทำเรื่องวุ่นว่าย สุดท้ายก็ได้ฟุชิมิจัดการให้ (ระหว่างช่วงงานเทศกาลจะมีถามว่าจะทำอะไร ถ้าเราเลือกตอบผิดเตรียมสวัสดีแบดเอนด์ได้เลย)
 
ที่ฮาคือตอนมุนาคาตะขอร้องให้ทั้งคู่ทำหน้าที่ในงานนี่...ฟุชิมิปฏิเสธแล้วนะ แต่มุนาคาตะบอกว่า
 
“ฟุชิมิคุง”
 
“ครับ?”
 
“ผมวานให้ฟุชิมิคุง กับโคโนฮานะซังจัดการด้วยนะครับ” << x2
 
“...รับทราบ”
 
โอย บังคับขู่เข็ญกันชัดเจน
 
หลังจบงาน ฟุชิมิตั้งใจจะไปบอกมุนาคาตะว่าขอไม่จับคู่แล้ว ซายะไม่ยอมบอกว่าไม่เอาเด็ดขาด ชั้นชอบฟุชิมิคุงนะ ไม่อยากให้ยกเลิกหรอก…
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เดี๋ยวนะ…
 
 
 
 
 
 
 
 
ซายะจางงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง เธอกล้ามาก เธอบอกแบบนี้เลยเรอะ!! เฮ้ย ขอโมเมนต์ชวนเขินกว่านี้ไม่ได้เร้อออออออออออออออออ
 
เออ แต่ฟุชิมิก็ไม่เลิกจับคู่แล้วแฮะ ยินดีด้วยฮะ ปรบมือๆ
 
ตอนวันเกิดฟุชิมิก็ไม่มีอะไรมาก พอดีวันนั้นเป็นวันตรวจสอบของในกระเป๋านักเรียน ฟุชิมิก็ยึดของกลางตามระเบียบ ทั้งเกมเอย เครื่องปรุงเอย พอมาถึงคิวซายะ เห็นของที่น่ายึดได้มีแต่ของขวัญวันเกิดฟุชิมิมันนี่ล่ะ พี่แกตั้งท่ายึดเรียบร้อย แต่ยึดในความหมายแบบรับของขวัญนี้แล้วกัน ไอ้ผู้ชายบ้างานเอ๊ย//ฮา
 
เราจะได้รู้ว่าในวันคริสต์มาส พวกชมรมสีน้ำเงินจะต้องไปเป้นสต๊าฟในงานเลี้ยงบนเรือ Himmelreich (ไม่รู้เรียกยังไง ขอทับศัพท์ค้า) ก่อนหน้านั้นก็ต้องจัดการเรื่องสอบให้พ้นเสียก่อน ทีนี้คอนฟลิคมันเกิดล่ะค่ะ เพราะระหว่างที่ซายะจะไปห้องสมุด บังเอิญเจอฟุชิมิอยู่กับนักเรียนหญิง ซายะก็พาลคิดไปไกลโขว่าอีกฝ่ายคงสารภาพรักล่ะมั้ง ฟุชิมิคุงเหมือนมีคนที่ชอบอยู่ด้วย แล้วถ้าฟุชิมิคุงมีแฟนแล้ว ก็คงไม่จับคู่กับเราแน่ๆ แล้วพอเห็นสาวเจ้าวิ่งหนีร้องไห้ไป ซายะเหมือนจะโล่งอก แต่ก็ไม่ทั้งหมดเพราะดันไม่มีสมาธิทำงานทำการซะแล้ว
 
ตอนนี้นางเอกเราจะเริ่มรู้ตัวแล้วว่าชอบฟุชิมิ ระหว่างเตรียมจัดงานคริสต์มาส ฟุชิมิสังเกตตัวซายะเลยคาดคั้นให้บอกความจริง พอรู้แล้วเจ้าตัวก็จับมือลากให้ไปช่วยงานอีกอันพร้อมบอกว่าผู้หญิงคนนั้นกับซายะต่างกัน เพราะงั้นเลิกคิดมากได้แล้ว
 

 
ระหว่างงานปาร์ตี้ ฟุชิมิพาซายะออกจากงานด้วยกัน งานก็เสร็จหมด ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ต่อเพราะงั้นอยากไปไหนก็ไป ตอนนั้นที่หิมะตกพอดี ก็ชวนไปดูที่ดาดฟ้าด้วยกัน ช็อตนี้คือสวยมาก มิ้งมากฮะ คือฟุชิมิแกจาม นางเอกของเราเลยเนียนจับมือ ตอนนั้นแหละที่พลังพิเศษนางเอกทำงาน ดอกไม้บานสะพรั่งท่ามกลางหิมะตก งามไปไหนนนนนนนนนน
 

 
สำหรับคนที่ขี้เบื่อ ไม่ชอบความยุ่งยาก ไม่สนใจอะไรอย่างฟุชิมิเองก็เริ่มค่อยๆเปลี่ยนจากนี้แล้วค่ะ มีเป็นฝ่ายชวนไปไหว้พระตอนปีใหม่ด้วย ถึงวิธีชวนออกจะสะพรึงไปหน่อยก็เหอะ
 
ประเด็นอยู่ที่ฟุชิมิเดินเล่นอยู่ข้างนอกแล้วโทรถามว่าอยากไปไหนเป็นพิเศษรึเปล่า ซายะก็บอกไหว้พระที่ศาลเจ้าล่ะเนอะ พี่แกก็มาหาถึงหอพร้อมโยนหินที่หน้าต่างเป็นสัญญาณว่ามาถึงแล้วให้ลงมาด่วน เป็นใครก็นึกนะว่าเป็นขโมยขโจรที่ไหน แถมสั่งให้โดดลงมาอีก ขอบคุณที่นางเอกเราไม่ฟลายอิ้งคิกใส่จริงๆ//ฮา
 

 
หลังๆนี่ไม่มีอะไรน่าสนใจมาก อย่างวาเลนไทน์ก็ให้ช็อกโกแลตไป วันจบพิธีการศึกษาของปีสามก็สำเร็จไปด้วยดี พวกซายะก็เริ่มขึ้นปีสาม ทุกคนก็ยังเหมือนเดิม ฟุชิมิได้เป็นหัวหน้าชมรมสีน้ำเงินคนต่อไป ซายะถามว่าอยากได้นักเรียนใหม่แบบไหน ฟุชิมิก็ตอบว่าแบบไหนก็ได้ยกเว้นแบบเธอ เพราะแบบซายะนี่ก็คนเดียวก็เกินพอแล้ว (どういうことなの?)
 

 
ในบทส่งท้าย ฟุชิมิกับซายะที่เรียนจบไปแล้วได้กลับมาเยี่ยมเยียนโรงเรียนอีกครั้ง และพบว่าโรงเรียนอาชินากะก็ยังคงเหมือนเดินไม่เปลี่ยนแปลงจริงๆ ชมรมสีน้ำเงินกับชมรมสีแดงก็ยังคงเป็นคู่กัดกัน ครูใหญ่ยังเป็นอิจิเก็นซามะ(ของคุโระ)
 

 
ตอนท้ายฟุชิมิจะบอกว่าจากนี้ก็ได้อยู่ด้วยกัน ต่อให้ไม่ใช่คู่หูแบบสมัยม.ปลายก็ตาม
 
 
Normal End
กับนอมอลเอนด์นี่เราจะได้เห็นฟุชิมิอยู่ปีสาม คอยสั่งงานลูกน้อง ส่วนตัวซายะเป็นรองประธานคอยทำหน้าที่ซัพพอร์ตต่อไป
 

 
Fushimi Saruhiko's Route [Complete]
 
ความเห็นส่วนตัว
 
สำหรับรูทฟุชิมิโดยรวมแล้วค่อนข้างค่อยเป็นค่อยไป ถึงงงๆว่าสรุปพวกเธอว์คบกับจริงๆเรอะ ก็สมกับเป็นฟุชิมิ ไม่ได้คบแบบหวือหวาอะไรขนาดนั้น ที่สำคัญคือมาโมะพากย์เสียงได้ชวนง่วงมาก คนเล่นก็แทบจะหลับคาเครื่องแล้ววุ้ย วู้
 
แล้วก็เราเล่นรูทฟุชิมิเป็นลำดับที่3ค่ะ เหตุผลเพราะฟุชิมิไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่
 
สารภาพบาปว่าซื้อฉบับนิยายมาก็ยังอ่านไม่จบเลยค่ะ (สปอยล์เบาๆว่าปักธงกับฟุชิมิครัช ก็...เป็นผู้เป็นคนสุดแล้วนี่นะ) แต่ลายเส้นสวยดีนะ กระแทกตาเข้าอย่างจัง ติดใจสุดๆ อาร์ตบุ๊กจ๋าจงมาาาาาาา ส่วนกู๊ดส์….เห็นส่วนใหญ่ออกเดือน1 ขอพักเบรกก่อนละกัน เข้าสู่สายเกม แต่เหล่มองกู๊ดส์หรือซีดีนี่แย่ยิ่งนัก (ก็เราจะทำยาตะแลนด์มีปัญหามั้ย! -3-)
 
ว่าแล้วก็อยากให้มีภาคแฟนดิสชะมัด จะลง psp อีกก็ได้นะ ที่รู้ๆคือภาคแฟนดิสต้องมีชมรมอื่นๆด้วย ชมรมสีอื่นเค้าน้อยใจเอา และมีบทจบชิโระจริงจังเถอะ นี่โคตรซีเคร็ทเกิ๊น ฟฟฟฟฟฟ
 
สำหรับเกม Gakuen K นั้น เราได้เล่นหมดแล้ว สามารถเควสได้อีกค่ะ
 
ปล.มีข้อสงสัยอะไรเกี่ยวกับเกมโอโตเมทสามารถทิ้งคำถามได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ Semi Sweety หรือ http://ask.fm/SemiSweetysign (สำหรับคนที่ไม่ต้องการเผยตัว)ได้นะคะ ยินดีตอบทุกคำถามค้า >3<
 
เจอกันเอนทรี่หน้าค่ะ!!

[Review Game]Amnesia Crowd Toma's Route

posted on 16 Dec 2014 01:36 by semi-sweety in Game, Spoil directory Cartoon, Entertainment, Lifestyle

หายตัวไปนานเลยสำหรับการรีวิวเกม หลักๆอยู่ที่ความขี้เกียจ รองลงมาก็แค่เฟล นอกนั้นทำตัวไร้สาระ//หาดีไม่เจอเลยจริงๆ คิดว่าหลังจากรีวิวภาค Crowd จบแล้วก็จะไม่มีรีวิวภาค World ต่อนะคะ เนื่องจากเราไม่ได้ซื้อแผ่นมา ไว้รอคนที่มีแผ่นเค้ารีวิวเป็นภาษาไทยแล้วกันเน้อ


 ในการรีวิว Amnesia Crowd งวดนี้ก็ดำเนินมาได้ครึ่งทางแล้ว และคนที่จะรีวิวต่อจากนี้ก็เรียกได้ว่า Bad End นี่เยอะจริงจัง มีแววว่าเยอะกว่าชาวบ้านด้วย พี่โทมะนั่นเองค่ะ

♦Toma โทมะ (CV. Hino Satoshi)♦


 บอกได้แล้วว่าคนๆนี้คือคนที่สามารถครองตำแหน่งชายหนุ่มในดวงใจจากนิตยสาร B’s Log นานกว่าเพื่อนๆในซีรียส์เดียวกัน จะเพราะความยันหรือความใจดีสไตล์พี่ชายเราก็ไม่รู้เหมือนกัน//ฮา ส่วนทางด้านผลงานพากย์ของฮิโนะซังนั้นเห็นบ่อยมาก ในดราม่าซีดีอาจไม่เห็น แต่ลองส่องๆในอนิเมหรือเกมดูจะพบว่าเยอะพอสมควรเลยค่ะ (ที่เห็นแล้วติดใจคือไดจิซังในไฮคิว หนูแพ้ทางกัปตันค้า T///T)
 
หมายเหตุ1: ในเรื่องเราจะใช้แทนตัวนางเอกว่า “เรา” นะคะ
หมายเหตุ2: สำหรับ Bad End ของโหมด Suspense นั้น จะเขียนเพิ่มเข้ามาในภายหลังนะคะ
 
♦!!Start!!♦

  Suspense

 เนื้อเรื่องเริ่มด้วยการที่โอริออนปลุกเราให้ตื่น เราพบว่าตนอยู่ในห้องที่ถูกล็อกเอาไว้ โชคร้ายกว่าคือไม่มีสัญญาณมือถือทำให้โทรขอความช่วยเหลือไม่ได้ พอลองสำรวจดูก็พบว่าเป็นห้องเก็บของที่ถูกทิ้งร้างแล้ว โอริออนลองให้เรานึกทวนความจำว่าเพราะอะไรเราถึงอยู่ที่นี่ได้และก่อนหน้านี้เราอยู่ที่ไหน

ย้อนกลับไปไม่กี่ชั่วโมงก่อน เราอยู่ที่ห้องโทมะและทำอาหารให้ หลังจากกินเสร็จแล้ว โทมะก็ออกไปโดยกำชับว่าห้ามออกไปไหนเด็ดขาด (ก่อนหน้านี้เกิดเหตุการณ์ที่แฟนคลับอิกกิเข้ามาทำร้ายเรา นี่พวกหล่อนเป็นเจ้ากรรมนายเวรชั้นเร้ออออออออออ) โอริออนก็บ่นว่าถ้าอยู่แต่ในห้องก็ฟื้นความทรงจำไม่ได้สิ โทมะก็บอกกับเราว่าอย่าทำหน้าแบบนั้นเลยเดี๋ยวซื้อพุดดิ้งมาให้แล้วก็ออกจากบ้านไป โอริออนก็เข้าใจว่าโทมะเป็นห่วงเรา แต่ถ้ามัวแต่อยู่เฉยๆ เราเองก็ฟื้นความจำไม่ได้พอดี เราตัดสินใจออกจากบ้านโดยที่ไปในที่คนพลุกพล่านจะได้ไม่ถูกทำร้ายเอาง่ายๆ

พอมาถึงถนนสายหลักแล้ว เราก็บังเอิญพบกับซาวะ แน่นอนว่าเราจำไม่ได้ว่ารู้จักกับซาวะด้วย อีกฝ่ายถามว่าทำไมมาอยู่ที่นี่ได้เพราะเราน่าจะพักผ่อนอยู่ พอคุยไปคุยมาก็พบจับใจความได้ว่าเป็นเพื่อนร่วมงานพิเศษนี่เอง หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไป เรากลับมายังที่ๆได้เจอกับโทมะ แต่แล้วก็โชคร้ายเจอพวกแฟนคลับอิกกิจนได้(พวกหล่อนนี่มันเจ้ากรรมนายเวรจริงๆ) พวกหล่อนก็พากันมาด่าเรา บอกว่าอิกกิใจดีกับทุกคนอยู่แล้วไม่ใช่เราคนเดียว โอริออนบ่นว่าอิกกิคือใครจะไปรู้มั้ยเนี่ย และแล้วพวกนางก็จับเราไปยังที่ๆแห่งนึงเพื่อเป็นการลงโทษ สถานที่นั้นก็คือที่ๆเราอยู่ในตอนนี้นี่เอง

พอนึกได้แล้วโอริออนโวยวายยกใหญ่ว่าพวกนั้นอะไรกันและก็คิดว่าคนร้ายจะต้องเป็นพวกแฟนคลับอิกกิแน่ๆ เพราะให้ความรู้สึกที่แย่เหมือนๆกัน ตอนนี้โทมะจะต้องเป็นห่วงแน่ๆ แน่นอนว่าครอบครัวของเราก็เหมือนกัน แต่พวกท่านไปต่างประเทศคงไม่รู้เรื่องของเรา เพราะฉะนั้นคนที่เราเชื่อใจได้ในตอนนี้คือโทมะ ดังนั้นให้เชื่อว่าโทมะจะมาและรอก่อน

ทางด้านฝั่งโทมะ เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว ก็เห็นว่าภายในห้องมืดสนิท นึกว่าเราหลับอยู่เลยเปิดไฟดูกลับพบว่าเราหายตัวไป ทั้งที่กำชับแล้วว่าห้ามออกไปไหนเด็ดขาด ชายหนุ่มลองติดต่อหาดูก็พบว่าติดต่อไม่ได้เลยลองไปหาดูที่บ้านของเราก่อน แต่ก็ไม่พบจึงหาที่อื่นๆ พอมาถึงทางถนนสายหลักก็พบกับอิกกิและแฟนคลับ เขาถึงลองสอบถามดู แต่ดูแล้วอิกกิไม่รู้เรื่อง โทมะคิดว่าพวกแฟนคลับอาจจะรู้ก็ได้(เพราะปฏิกิริยาเร่งเร้าให้อิกกิไปคาราโอเกะเพื่อขัดจังหวะ) แต่ยังไงพวกนางคงไม่ปริปากบอกแน่ พอมาถึงแถวสะพานก็ชนเข้ากับชายคนนึง(ลูกะ) อีกฝ่ายบอกว่าตนกำลังเดินไปแถวๆนี้เพื่อหาแรงบันดาลใจ พอโทมะเอาภาพเราให้ดูเผื่อรู้อะไรบ้าง ลูกะก็ชมว่าผู้หญิงในภาพช่างเป็นสาวงามอะไรเช่นนี้ โทมะคิดว่าไม่ได้อะไรเลยขอตัวก่อน

เมื่อมาถึงที่ร้าน Meido no Hitsuji ก็เห็นว่าร้านเปิดแล้วเลยเข้าไป เขาพบกับซาวะเลยสอบถามดู ก็รู้ว่าเห็นเราอยู่ที่ถนนสายหลักเลยไปที่แห่งนั้น จนมาถึงที่ๆเจอเราครั้งแรก ทว่าไร้วี่แวว โทมะที่แทบจะเข้าโหมดยันก็ตัดสินใจทำให้หัวเย็นลงก่อนโดยไปที่สวนสาธารณะ จากนั้นก็พยายามคิดว่าเราน่าจะอยู่ที่ไหนได้อีก เค้าพยายามทำให้เรามีความสุขแล้ว ทั้งที่อยากให้เรามีความสุข แต่กลับคิดอะไรบ้าๆจนได้
 

 
โทมะโทรหาชินเผื่อรู้อะไรบ้าง แต่เหมือนชินจะไม่รู้อะไรเช่นกัน เจ้าตัวก็กำลังเตรียมสอบเช่นเคย โทมะที่คิดจะวางสายก็ถูกชินถามว่าคงไม่ได้โทรมาเพราะถามแค่นี้หรอกสินะ(สมแล้วที่เป็นนุ้งชินของเรา เก่งมากค่ะ//อวยเข้าไป) ทั้งสองมีการต่อปากต่อคำเล็กน้อย แม้โทมะจะปฏิเสธไม่เล่าให้ฟัง แต่ชินพอเข้าใจสถานการณ์แล้วว่าเราหายตัวไป สุดท้ายโทมะก็ยอมให้ชินช่วยตามหาอีกแรง ยิ่งมีคนช่วยเพิ่มเท่าไหร่ก็จะหาตัวเราเร็วขึ้นเท่านั้นก่อนจะติดต่อกับทางตำรวจ
 
กลับมาทางฝั่งเรา โอริออนบอกว่าจะลองออกไปข้างนอกเพื่อดูว่ามีใครมาถึงแม้ว่าจะอยู่ห่างจากเราไม่เกิน 10 เมตรก็ตาม ผ่านไปประมาณ 5 นาที ภูติน้อยก็รีบกลับมาบอกว่าโทมะอยู่ข้างนอกนี้ไม่ไกลมากนัก ฝ่ายโทมะนั้นได้ลองเดินสำรวจอีกหน่อยก็พบว่าตรงนี้เคยเห็นภัตตาคารที่ถูกทิ้งร้างจึงมีฝุ่นเต็มไปหมด พอเรายกกล่องจากชั้นวางข้างบนได้สำเร็จก็พบว่ามีช่องลมอยู่ด้วยจึงตะโกนเรียกโทมะดังๆ พออีกฝ่ายได้ยินก็รีบดันประตูเข้ามาหา โชคดีที่เจอเราสำเร็จ แต่แล้วประตูกลับปิดเอง ซ้ำไฟในห้องก็เปิดตามด้วยไอเย็น โทมะจึงรู้แล้วว่าห้องนี้คือห้องแช่แข็งนี่เอง เค้าบอกว่าอีกสักพักชินก็คงจะตามมา อีกฝ่ายเป็นคนช่างสังเกต ยังไงก็ต้องรู้ว่าอยู่แถวนี้แน่ เพราะฉะนั้นขอให้รออีกฝ่าย แต่ตอนนี้อากาศเริ่มหนาว เราเองก็เริ่มไม่ไหว โทมะจึงสวมกอดเราเพื่อให้อุ่นขึ้น
 
 
ผ่านไปสักพัก เราได้ยินเสียงคนเดินมาคาดว่าน่าจะเป็นชิน และก็ใช่อย่างที่คิด ชินเข้ามาพร้อมบ่นนิดหน่อย โทมะขอให้ชินดันประตูไว้ก่อนเพราะกลัวมันจะปิดอีก(ได้ขังสามก็งานนี้) ส่วนเค้าจะอุ้มเราออกไป
 
ในที่สุดก็ออกมาได้สำเร็จ ชินบอกว่าพอติดต่อกับโทมะครั้งสุดท้ายก็ติดต่อไม่ได้อีก เลยลองหาดูที่ๆโทมะอยู่ล่าสุดซึ่งก็คือตรอกและสำรวจในละแวกใกล้เคียง (สมกับเป็นชิน พ่อหนุ่มนักสืบของเจ๊ >////<) โทมะถามอีกฝ่ายว่าเห็นใครแถวๆนี้บ้างรึเปล่า ชินก็บอกไม่เจอใครเลยและขอตัวกลับก่อน ซึ่งทำให้โทมะสงสัยเพราะแถวนี้มันถูกปล่อยร้างมานานเพราะงั้นไฟฟ้าน่าจะถูกตัดไปแล้ว แล้วทำไมไฟฟ้ากลับใช้งานได้ซ้ำยังกะแช่แข็งได้อีก
 
คิดไปก็เท่านั้น โทมะตัดสินใจพาเรากลับไปก่อนเพราะดูแล้วเราเหนื่อยมามาก แม้จะดุเล็กน้อยเรื่องที่ไม่ยอมฟังเค้าก็ตาม แต่เค้าก็สัญญากับตัวเองว่าไม่ว่ายังไงเค้าจะปกป้องเราให้ได้ ไม่ว่าด้วยวิธีไหนก็ตามแต่
 
(และนี่คือจุดเริ่มต้นสู่การจับนางเอกเข้ากรง//ห๊ะ)
 
Love

เหตุการณ์เริ่มในวันที่ 22 มีนาคม ครึ่งปีผ่านไปแล้วที่เราเริ่มคบกับโทมะ เราเผลอหลับไปวูบนึง พอตื่นขึ้นมาก็เห็นโทมะอยู่ตรงหน้านี้เอง อีกฝ่ายบอกว่าหลังกินข้าวเสร็จมีเรื่องที่จะคุยด้วย พอเสร็จแล้ว โทมะก็บอกว่าเค้าตัดสินใจหาห้องที่พวกเราอยู่ด้วยกันได้โดยจะไปดูกันพรุ่งนี้ เราเองก็ไม่คัดค้านและดีใจมากด้วยซ้ำที่ได้อยู่ด้วยกัน
 
วันต่อมาพวกเราสำรวจตามแมนชั่นต่างๆ พอจะหาที่ต่อไปดูก็บังเอิญพบกับคนขายของ(ในภาคหลัก) อีกฝ่ายหยอกล้อโทมะว่าหาห้องกันอยู่สินะ ดีจังเลยน้าก็อยู่ด้วยกันนี่เนอะ ฝ่ายโทมะก็กระอักกระอ่วนที่จะตอบและรีบลากเราออกไปทันที ถึงยังงั้นไม่ว่าจะไปที่ไหนๆก็บังเอิญเจอพนักงานสาวคนนั้นอยู่ร่ำไป(เธออยู่เพื่อโอนี่จังโดยเฉพาะจริงจัง lol) พวกเราตัดสินใจว่าไว้ค่อยหาวันอื่นดีกว่า ตอนนี้ก็ไปที่ซุปเปอร์เพื่อซื้อของสำหรับทำมื้อเย็นกัน

ระหว่างทาง เรากับโทมะเห็นกลุ่มเด็กกำลังเล่นไล่จับอยู่  ทำให้นึกถึงตอนสมัยพวกเรายังเด็กๆ เรามองเห็นบ้านหลังนึงที่มีสวนอยู่ทำให้อยากมีบ้านแบบหลังนั้นบ้าง แม้จะยากสำหรับตอนนี้ก็ตาม โทมะจึงบอกว่าเค้าจะลองคุยกับผู้จัดการเรื่องเพิ่มเวลาทำงานพิเศษดู ค่าแรงจะได้เพิ่มขึ้นบ้าง ถึงจะเล็กน้อย แต่เพื่อความหวังของเราแล้วเค้าจะทำให้สำเร็จ
 
พอเราถามกลับว่าแล้วตัวโทมะล่ะอยากได้อะไรบ้าง ทั้งที่อีกไม่นานเค้าก็จะเรียนมหา’ลัยจบ เค้าก็บอกไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ขอแค่อยู่กับเราก็ดีใจมากแล้ว
 
วันต่อมาที่ทำงาน เราพูดคุยกับซาวะและมิเนะเรื่องที่อยู่ใหม่ ประจวบเหมาะที่อิกกิมาร่วมวงพอดี เค้าเสนอว่าจะลองคุยกับเคนท์ดูเพราะรายนั้นรู้เยอะกว่า
 
ตกเย็น ระหว่างที่เรากับโทมะกำลังจะทานอาหารนั้น อิกกิกับเคนท์ก็มาที่ห้องของโทมะเพื่อเอาข้อมูลเรื่องต่อเติมมาให้ เราบอกว่าอยากให้ที่ระเบียงกว้างกว่านี้ สองหนุ่มเลยเดินออกไปดู โทมะนึกได้ว่าตรงนั้นมีกรง(...)เลยรีบห้าม ทว่าช้าไปแล้ว พอเห็นเข้า ทั้งสองก็ตัดสินใจปิดระเบียงทันที ด้วยความที่เคนท์สงสัยก็ถามว่ามีกรงไว้ทำไม อิกกิบอกว่าก็คงจะเล่นอะไรแบบนั้นมั้ง(แบบนั้นมันแบบไหนเนี่ย ขอคำอธิบายด่วน) เราพยายามแถว่าเอาไว้สำหรับสุนัขที่จะเลี้ยง อีกฝ่ายก็บอกว่ามันใหญ่เกินไปหน่อยนะ ทุกคนที่อยู่ในห้องก็เงียบกันหมด ในที่สุดอิกกิก็สรุปว่าเค้าจะทำเป็นไม่เห็นอะไรแล้วกันจากนั้นก็ออกไป โดยไม่ทันฟังคำปฏิเสธของโทมะเลย lol
 
ก่อนจะนอนโทมะได้เอ่ยขอโทษเรา ทำให้รู้ว่าเค้ายังคงโทษตัวเองอยู่เลยบอกว่ามันคงเป็นเรื่องยากที่จะผ่านมันไปก็จริงและอยากให้เค้าใส่ใจเรื่องตัวเองมากกว่าเราเสียบ้าง
 
 

เช้าวันต่อมา เรากับโทมะเดินไปยัง Meido no Hitsuji พร้อมกัน พอมาถึงก็โดนอิกกิล้อพอเป็นธรรมเนียม(เรื่องกรง)ก่อนจะเข้าไป วากะซังได้แบ่งหน้าที่ให้เรียบร้อย อิกกิเสนอกับเราว่าเค้าจะสลับหน้าที่กับโทมะให้จะได้อยู่ด้วยกัน เคนท์เข้ามาห้ามพร้อมเอ่ยทำนองเลิกแหย่พวกเราเล่นได้แล้ว มันทำให้เราลำบากใจ โทมะขอตัวไปจัดการงานของตัวเองที่ข้างหน้าก่อน เรารีบตามไปเพราะคิดว่าโทมะโกรธอยู่แน่ๆ ถึงโทมะจะปฏิเสธ แต่พอเราตื้อถามถึงยอม เค้าเองก็ไม่ค่อยชอบให้เราไปคุยกับผู้ชายคนอื่นเท่าไหร่นัก ถึงเราจะยกโทษให้ เขากลับยกโทษให้ตัวเองไม่ได้ ตอนที่ชินต่อยเค้าในตอนนั้นมันทำให้ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้(ย้อนกลับไปอ่านในภาค Later ได้ค่ะ) แต่ก่อนที่เราจะซักถามต่อ วากะซังก็เตือนว่าใกล้เวลาเปิดร้านแล้ว อย่าเพิ่งคุยกันตอนนี้ เราจึงยอม


หลังจากกลับบ้านที่ห้องของโทมะแล้ว เจ้าของห้องตัดสินใจยกกรงเข้ามาในห้องและบอกกับเราว่าจับเค้าขังไว้ในกรงเหมือนกับที่เค้าเคยทำกับเราซะ เล่นเอาเรางงไปชั่วขณะ โทมะบอกว่าในตอนนั้นเพื่อความปลอดภัยของเรา เค้าตัดอิสระและทุกอย่างของเราไป มันเป็นเรื่องที่โหดร้ายเกินกว่าจะให้อภัยเพราะงั้นเค้าอยากให้จับขังไว้เพื่อที่จะเข้าใจความรู้สึกของเราในตอนนั้นบ้าง เราตัดสินใจทำตามคำขออีกฝ่าย แต่พอถึงเวลาอาบน้ำนั้น….

 
(แม่เจ้า ขออุดกำเดาที่จะไหลแป๊บฮะ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ)

โทมะบ่นว่าตอนยังเด็กก็เคยอาบน้ำด้วยกัน ไม่เห็นมีอะไรต้องอาย ขอบคุณที่นางเอกก็คิดเหมือนเราคือตอนนี้กับตอนนั้นมันต่างกันนะ!!!

 

หลังจากที่ฝ่ายเราอาบน้ำเสร็จบ้าง ก็เห็นโทมะอยู่นอกกรงที่พังแล้ว ชายหนุ่มรีบแก้ตัวว่าไม่ได้ตั้งใจจะหนี เพียงแต่มีส่วนที่หลุดออกมาแค่นั้นเอง จากนั้นก็กลับเข้าไปในกรงอย่างว่าง่ายอยู่แล้ว เราถามโทมะว่าขอเล่นเกมจะได้รึเปล่า เจ้าตัวก็ไม่มีปัญหาแล้วบอกว่าเกม Destiny Kingdom เป็นเกมที่เราเล่นเก่งพอตัวเหมือนกันนี่นะ (มิทราบว่าจงใจล้อเกม Desert Kingdom รึเปล่าเนี่ย) ซึ่งรอบแรกเราชนะอีกฝ่ายแบบขาดลอย เหมือนก่อนหน้านี้จะมีใครบางคนสอนวิธีใช้สกิลได้ถูกเวลามาก่อน (ขอขอบคุณภูติน้อยโชตะล้านที...) แน่นอนว่าโทมะขอแก้ตัว กว่าจะชนะก็ปาเข้าไปรอบที่ 7 ถึงจะเฉียดฉิวก็ตาม พอถึงเวลานอน เราก็นึกได้ว่าตอนนั้นมีพวกตุ๊กตาอยู่ในกรงด้วย เลยเอาใส่ให้


 
เราหลุดขำเล็กน้อยและบอกว่าน่ารักดี เล่นเอาโทมะพูดด้วยความตกใจว่าตรงไหนกันเนี่ย ทว่าพอถึงเวลานอนจริงๆเรากลับขอเข้ามานอนด้วยคนเพราะนอนที่เตียงไม่ค่อยหลับเท่าไหร่ (เออ….คนเล่นขอเวลาขำปนสตั๊นสักครู่)
 
เช้าวันรุ่งขึ้น เราได้ยินเสียงพ่อซึนประจำเกม เอ๊ย นุ้งชินปลุก พอตื่นขึ้นมาก็พบว่าชินตัวจริงเสียงจริงมายืนปลุกพร้อมส่งสายตาประมาณว่าพวกนายสองคนนอนกันทำไมในกรง โทมะถามด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกว่ามาทำไม ชินก็ตอบแบบเซ็งๆว่าโทรมาไม่รับก็ต้องมาถึงที่สิพร้อมบอกว่ารีบๆออกมาได้แล้ว ไม่ฟังข้อแก้ตัวของพวกเราด้ว
 
ชินว่าพวกเรานี่มันบ้าของแท้เลย (ได้ยินคำว่าบากะจากคักกี้นี่มันรู้สึกปลื้มปริ่ม//เดี๋ยวนะ) แถมกุญแจมือนั่นอีก เล่นเอาชินเหนื่อยใจ หลังจากว่าเสร็จก็ขอตัวออกไป พอชินออกไปแล้ว โทมะก็บอกว่าตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าเขาไม่สามารถแก้ไขในสิ่งที่ทำลงไปได้ แต่ว่าต่อจากนี้เขาจะทำให้เรามีความสุขจริงๆและจะอยู่ด้วยกัน โทมะให้สัญญาว่าเค้าจะหาบ้านที่อบอุ่นสำหรับเราเพราะงั้นให้รอจนกว่าถึงวันนั้นด้วย
 
หลังจากบทส่งท้าย ก็ผ่านไปแล้ว 4 ปี เรากลับมายังบ้านหลังใหม่ที่หาได้แล้ว ก็พบกับชินและโทมะที่พูดคุยกันเสร็จ ชินขอตัวกลับก่อน ด้วยความสงสัยเราเลยถามกับโทมะว่าคุยอะไรกัน อีกฝ่ายก็บอกว่าคุยเรื่องที่เขาจะตัดสินใจเป็นทนายความก่อนจะเอ่ยขอบคุณเราที่คอยอยู่เคียงข้างเสมอมา ชายหนุ่มขอแต่งงานกับเรา ทำเอาเราร้องไห้ด้วยความดีใจ พวกเราตัดสินใจว่าจะแต่งงานกันหลังจากโทมะสอบเสร็จ ในระหว่างนั้นโทมะจะยุ่งมากจนกลับบ้านช้า เราเองก็ล้มป่วยลงเพราะฝืนมากเกินไป โชคดีที่โทมะมาทันเวลาและคอยดูแลเราก่อนจะเอ่ยขอโทษ จากนี้เค้าไม่อยากให้เราฝืนมากเกินไปนัก

1 อาทิตย์ผ่านไปในวันแต่งงาน ในงานแต่งเราสังเกตเครื่องประดับที่อีกฝ่ายใส่ โทมะอธิบายว่าเป็นของที่ชินให้มา เหมือนจะเป็นของๆแม่ชินเอง ส่วนโทมะก็มอบสร้อยคอให้กับเรา ทำมาจากไข่มุกที่ชื่อว่า มาเธอร์ ออฟ เพิร์ล เล่าว่ามันจะช่วยคุ้มครองผู้ที่มีมันไว้ และทั้งสองก็ได้จูบกัน
 


 
Love: Communication
 
เราสามารถเลือกสถานที่ 4 แห่งที่จะไปเดทและเลือกบทสนทนาคุยกับเคนท์เพื่อให้ค่าความรักเพิ่มหรือลดได้ หากค่าความรักเต็มก็จะได้ฉาก CG หวาน ๆหนึ่งภาพ
 
เรากับโทมะเดทกันจนพระอาทิตย์ตกดิน เขาให้คำสัญญาว่าเค้าจะอยู่ข้างไเรา ทำให้เรามีความสุขให้ได้ เราเองก็บอกว่าตอนนี้มีความสุขมากๆแล้วล่ะ ทำเอาโทมะดึงตัวเราเข้ามาจูบข้อหาน่ารักเกินไป(ณ จุดๆนี้เป็นอะไรที่น่ารักมาก >////<)


 
Toma's Route Crowd [End]

Daimond's World [Complete]
 
ความเห็นส่วนตัว
 
หลังจากภาค Later ที่สร้างความหวานระดับมดขึ้นจอ พลังโอนี่จังก็ยังคงรุนแรงยิ่งนัก รักษาพลังยันได้เหนียวแน่นเช่นเคย น่ารักจริงจัง ยิ่งตอนรับมือกับพนักงานคนนั้นไม่ได้นี่น่ารักสุดๆ อยากรู้เหมือนกันค่ะว่าในภาค World พี่เค้าจะยันบ้างมั้ยหนอ(นี่เอ็งโฟกัสแต่ความยันพี่เค้าเรอะ!!//แว่วเสียงคนอ่าน) โดยส่วนตัวแล้วเราว่าโทมะห่างจากกรงไม่ได้เลยจริงๆ เป็นไอเทมคู่กายแล้วสินะ จะโดนล้อสักแก๊กก็ไม่แปลก (หากพี่โทมะเด่นเรื่องกรง อุเคียวก็เด่นเรื่องสกิลสตอล์กเกอร์//ใช่ป่าวหว่า) และแล้วคนขายสาวคนนั้นท่าทางมีบุญให้แกล้งโทมะโดยเฉพาะจริงๆ//ฮา
 
ว่าแล้วก็น่าเสียดายที่ในรูทพี่โทมะ น้องภูติโชตะไม่ออกมาให้เห็นแวบๆเลย เสียไต T T
 
พอเล่นภาคนี้ก็อยากเล่นภาค world ต่อ ตังค์ดันไม่พอสอยแล้ว จะเอา limited edition แบบธรรมดาก็คงได้ ใครใจดียืมแผ่นหน่------//สัญญาณดับ
 
อย่างไรก็ตามต้องขอโทษที่ล่าช้านะคะ เอาแบบตรงไปตรงมาเลยคือ “ขี้เกียจ” ดองเขียนนานจนฝุ่นเขรอะขนาดนี้ หวังพึ่งสปอยล์ภาษาไทยย่อมเลทเด็ดๆ คือยอมรับค่ะว่ามันแย่มากที่ปล่อยไว้นานขนาดนี้ ว่าแล้วก็เหนื่อยจริงจัง ระหว่างที่หายไปนี้มีจิตตกอยู่บ่อยครั้งจนไม่เป็นอันเขียน แล้วเป็นคนเหนื่อยง่าย+ขี้เซามาก กว่าจะตื่นก็บ่ายๆ แย่มากจริง
 
อีกอย่างคือ...เซฟงานที่เขียนรีวิวหายค่ะ โน้ตบุ๊กเจ๊งจนได้ฤกษ์ซื้อใหม่ อด PS Vita ไปโดยปริยาย ก๊าซซซซซซซซซ อุตส่าห์เขียนรูทลิเบอร์ต้าจนจะจบแล้ว ไอ้บ้าเอ๊ย ไอ้ตูดหมึก!!!
 
พูดถึง PS Vita แล้วก็เฟลอีกล่ะ เงินหมด สอยกู๊ดส์และหนังสือซะเยอะ ออมเงินสำหรับเกมกันต่อไป เฮ้อ… (เราขอเข้าสู่สายเกมอย่างจริงจัง มีเงินสอยเกมอย่างเดียวล่ะ นานๆทีค่อยโผล่มาฝั่งกู๊ดส์กับซีดีแล้วกัน ยกเว้นกู๊ดส์หนุ่มโทนแดง ไม่ค่อยลังเลเท่าไหร่...)
 
ขอขอบคุณที่อ่านรีวิวของเรานะคะ!! ไว้พบกับรีวิว Amnesia Crowd รูทสตอล์กเกอร์...เอ๊ย อุเคียวกันค่ะ! ซียูยะฮู้ววววววว
 
ปล.มีข้อสงสัยอะไรเกี่ยวกับเกมโอโตเมทสามารถทิ้งคำถามได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ Semi Sweety หรือ http://ask.fm/SemiSweetysign (สำหรับคนที่ไม่ต้องการเผยตัว)ได้นะคะ ยินดีตอบทุกคำถามค้า >3<
 
ปล2.อยากเล่นรูทยานางิเซนเซย์เฟร้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
 
เจอกันเอนทรี่หน้าค่ะ!!♦

[Lyrics]Fujita Maiko - Tegami ~Aisuru Anata he~

posted on 08 Dec 2014 21:23 by semi-sweety in Lyrics, Song directory Cartoon, Entertainment

Song: 手紙 ~愛するあなたへ~ (Tegami ~Ai suru Anata he~)

Artist / 歌手: Fujita Maiko/藤田麻衣子

Album: One Way (9th single)

Translate By: ~Semi Sweety~


お父さんお母さん

Otou-san oka-san

คุณพ่อคุณแม่คะ

今日まで私を

Kyou made watashi o

ที่ฟูมฟักเลี้ยงดูหนูอย่างเอาใจใส่

大切に育ててくれて

Taisetsu ni sodatete kurete

จนถึงวันนี้นั้น

ありがとう

Arigatou

ขอบคุณนะคะ


お父さん アルバムをめくると

Otou-san  ARUBAMU o mekuru to

คุณพ่อคะ ตอนหนูพลิกอัลบั้มเปิดดู

まだ小さな私

Mada chiisana watashi

เห็นพ่ออุ้มหนู

あなたが抱いていて

Anata ga daite ite

ตอนยังเด็กๆเอาไว้ด้วยนะ


今では白い髪としわが

Ima dewa shiroi kami to shiwa ga

ตอนนี้ท่านที่มีผมสีขาวกับริ้วรอย

少し増えたあなた

Sukoshi fueta anata

เพิ่มขึ้นเรื่อยๆนั้น

なんだか切なくて

Nandaka setsunakute

หนูรู้สึกเจ็บอย่างบอกไม่ถูก


心配かけたり 叱られたり

Shinpai kaketari  shikararetari

ทำให้พวกท่านคอยเป็นห่วงและดุว่ากล่าว

いろんなことがあったね

Iron'na koto ga atta ne

มีอะไรหลายๆอย่างเกิดตั้งเยอะเลย

大変な思いばかりさせてごめんね

Taihen na omoi bakari sasete gomen ne

ทำให้มีแต่เรื่องแย่ๆนั้น หนูขอโทษค่ะ

いつまでも元気でいてね

Itsumademo genki de ite ne

ต่อจากนี้ก็ขอให้แข็งแรงตลอดไปนะคะ


お父さんお母さん

Otou-san oka-san

คุณพ่อคุณแม่คะ

今日まで私を

Kyou made watashi o

ที่ฟูมฟักเลี้ยงดูหนูอย่างเอาใจใส่

大切に育ててくれて

Taisetsu ni sodatete kurete

จนถึงวันนี้นั้น

ありがとう

Arigatou

ขอขอบคุณจริงๆค่ะ

お父さんお母さん

Otou-san oka-san

คุณพ่อคะ คุณแม่คะ

愛するあなたへ

Aisuru anata e

ถึงพวกท่านที่หนูรักนั้น

この花束を贈ります

Kono hanataba o okurimasu

ขอมอบช่อดอกไม้ช่อนี้ให้นะคะ

大好きだよ

Daisuki da yo

หนูรักพวกท่านนะ


お母さん 安心する声で

Oka-san  anshin suru koe de

คุณแม่คะ กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

「おかえり」って何度

'Okaeri' tte nando mo

เสียงต้อบรับหนูว่า “ยินดีต้อบรับกลับ”

迎えてくれただろう

Mukaete kureta darou

ทำให้รู้สึกสบายใจเหลือเกิน


あなたが温かいその手で

Anata ga atatakai sono te de

กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่ทำอาหาร

つくるごはん何度

Tsukuru gohan nando

ด้วยมืออันแสนอบอุ่นทั้งสองนั้น

一緒に食べただろう

Issho ni tabeta darou

ทำให้ได้กินข้าวพร้อมหน้ากัน


私が生まれた日の日記には

Watashi ga umareta hi no nikki ni wa

ในไดอารี่วันที่หนูได้เกิดนั้น

あなたの優しい文字で

Anata no yasashii moji de

มีลายมือที่แสนอ่อนโยนของท่านอยู่

「素直で可愛い子に育ってね」と

'Sunao de kawaii ko de sodatte ne' to

[โปรดโตมาเป็นเด็กที่น่ารักและว่าง่ายด้วยนะ]

そんな私に今なれていますか?

Sonna watashi ni ima narete imasu ka?

ในตอนนี้หนูได้เป็นแบบนั้นรึยังนะ?


お父さんお母さん

Otou-san oka-san

คุณพ่อคุณแม่คะ

愛されたことは

Aisareta koto wa

หลังจากนั้นหนูก็รู้ตัว

いつも後から気づきます

Itsumo ato kara kidzukimasu

ว่าได้รับความรักมาแล้ว

ありがとう

Arigatou

ขอบคุณนะคะ

お父さんお母さん

Otou-san oka-san

คุณพ่อคุณแม่คะ

愛するあなたへ

Aisuru anata e

ถึงท่านที่หนูรัก

私は何が出来るだろう

Watashi wa nani ga dekiru darou

พอจะทำอะไรให้ได้บ้างรึเปล่าคะ?

大好きだよ

Daisuki da yo

หนูรักพวกท่านมากๆนะ


生んでくれてありがとう

Unde kurete arigatou

ขอบคุณที่ให้กำเนิดหนูมา

願ってくれてありがとう

Negatte kurete arigatou

ขอบคุณที่อธิษฐานให้

叱ってくれてありがとう

Shikatte kurete arigatou

ขอบคุณที่ดุว่าหนู

信じてくれてありがとう

Shinjite kurete arigatou

ขอบคุณที่เชื่อใจในตัวหนูด้วย

愛してくれてありがとう

Aishite kurete arigatou

และขอขอบคุณที่มอบความรักให้เช่นกัน

ずっとずっと私の大切な人

Zutto zutto watashi no taisetsu na hito

ตลอดจากนี้และตลอดไป พวกท่านคือคนที่แสนสำคัญที่สุด


お父さんお母さん

Otou-san oka-san

คุณพ่อคุณแม่คะ

今日まで私を

Kyou made watashi o

ที่ฟูมฟักเลี้ยงดูหนูอย่างเอาใจใส่

大切に育ててくれて

Taisetsu ni sodatete kurete

จนถึงวันนี้นั้น

ありがとう

Arigatou

ขอบคุณนะคะ

お父さんお母さん

Otou-san oka-san

คุณพ่อคุณแม่คะ

愛するあなたへ

Aisuru anata e

ถึงพวกท่านที่หนูรักนั้น

この花束を贈ります

Kono hanataba o okurimasu

ขอมอบช่อดอกไม้ช่อนี้ให้นะคะ

大好きだよ

Daisuki da yo

หนูรักพวกท่านนะ


愛されたことは

Aisareta koto wa

ความรักที่ได้รับมานั้น

いつも後から気づきます

Itsumo ato kara kidzukimasu

ต่อจากนี้ไปก็จะรับรู้ได้ค่ะ

ありがとう

Arigatou

ขอบคุณมากนะคะ

お父さんお母さん

Otou-san oka-san

คุณพ่อคุณแม่คะ

二人の子供に

Futari no kodomo ni

ลูกของท่านทั้งสองน่ะนะ

生まれ幸せを知ったよ

Umare shiawase o shitta yo

ได้เข้าใจถึงความสุขที่ได้เกิดมาแล้วค่ะ

ありがとう

Arigatou

ขอขอบคุณค่ะ

 

———————————————————

 

เป็นอีกเพลงที่ความหมายดีจริงๆ ฟังไปก็จะร้องไห้ กะว่าจะแปลตอนว่างๆ แต่สุดท้ายก็แปลเพราะมันง่ายในระดับนึงบวกกับแปลแล้วมันอิน อยากสื่อออกมาให้ได้เลย TvT

เป็นเพลงที่พูดถึงพ่อกับแม่ค่ะ สังเกตให้ดีตอนท้ายจะได้ยินเสียงระฆังวิวาห์ด้วย ฟุจิตะซังแต่งเพลงเอง ความหมายก็ดีจริงๆ

 

———————————————————

หากนำไปเผยแพร่ กรุณาให้เครดิตด้วย