[Review Game]Amnesia Crowd Ikki's Route

posted on 10 May 2014 21:11 by semi-sweety in Game, Spoil directory Cartoon, Entertainment, Lifestyle
สวัสดีทุกท่านพร้อมพลังงานความจำเสื่อมสุดปวดตับกับเกม Amnesia Crowd ค่ะ …เราไม่ได้พูดอะไรผิดใช่มั้ยคะ หวังว่านะ งั้นก็กลับเข้าเรื่องในรอบนี้เราก็มารีวิวเนื้อเรื่องของชายหนุ่มมากเสน่ห์อย่าง อิกกิ กันค่ะ
 
Ikki (CV.Taniyama Kishio) 
 
ป๋าคิโชวผู้มีพลังเสียงการร้องเพลงสุดตะลึงค่ะ เป็นคนที่ร้องเพลงเพราะจริง ๆ ส่วนมากจะเป็นเพลงจังหวะเร็ว ให้ความรู้สึกตื่นเต้น ๆดีล่ะนะ ส่วนตัวละครอิกกิที่เขาพากย์นั้นเป็นเพลย์บอยกลับใจ(รึเปล่า) ในภาค Crowdนี่จะสามารถโกยคะแนนได้ดีกว่าชินหรือไม่ มาอ่านกันเถอะค่ะ
 
หมายเหตุ1: ในเรื่องเราจะใช้แทนตัวนางเอกว่า “เรา” นะคะ
 
หมายเหตุ2: เราจะมีเขียน Bad End ตรงส่วน Suspense เพิ่มเติมไปด้วย หากต้องการทราบ
 
 
!!Start!! 

Suspense 

อิกกิได้โทรมาหาเราเพื่อบอกว่าให้มาหาเขาที่มหา’ลัยด้วย โอริออนเองก็คิดว่าเป็นการดีที่จะไปเพราะอาจได้ความทรงจำบางอย่างก็ได้ ฟากของอิกกินั้น เคนท์จะยืมอาคารทดลองของมหา’ลัยมาใช้งานแล้วเรียกอิกกิมาร่วมเล่นเกมพัซเซิ่ลขนาดใหญ่ที่จำลองมาให้อิกกิเล่นโดยเฉพาะ โดยที่ตัวเคนท์หวังว่าเขาจะสามารถเก็บข้อมูลมาทำวิจัยได้ในเวลาเดียวกันด้วย ตอนแรกอิกกิก็ไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ แต่พอเคนท์บอกว่าใช้โอกาสนี้อยู่ใกล้ชิดเราซะเลยสิเลยยอมตกลง
 
 ในภายหลังเรามาถึงสถานที่นัดกันไว้และพบว่าอิกกิอยู่ในห้อง พอเข้าไปก็พบว่าโดนล็อกเสียแล้ว ในตอนนั้นเองเสียงของเคนท์ก็ดังมาจากลำโพง ทำให้โอริออนบ่นว่าสองคนนี้เล่นเกมแข่งกันจนได้ เรายอมร่วมเล่นเกมพร้อมกับอิกกิด้วย เคนท์นั้นได้สั่งให้แยกไปอีกห้องเพื่อแก้ปริศนาอันแรกให้ได้เสียก่อน ก่อนจะออกไปอิกกิก็มาเห็นสีหน้าของเราเลยถามว่าเหงาเหรอที่จะต้องแยกกับเขา แต่ไม่เป็นไรหรอก เขาจะเป็นพลังให้เราเอง ไม่มีอะไรน่ากังวลหรอกและเขาก็ออกจากห้องไป
 
 
 
 โอริออนแนะนำให้เราสำรวจพื้นที่ในเสียก่อน และเห็นว่ามีคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่งที่น่าจะสำรวจได้เลยลองเปิดดูและพบกับปริศนา (จากนี้จะเป็นมินิเกมเฉพาะในรูทอิกกิ เป็นการแก้ปริศนา เหมาะสำหรับคนที่ชอบเล่นเกมที่ต้องแก้ไขปัญหา แต่ก็หมายถึงอ่านภาษาญี่ปุ่นออกด้วยนะคะ orz’’)
 
 ฟากของอิกกิเองก็กำลังแก้ปัญหาจากในคอมพิวเตอร์เหมือนกับเราและก็ทำได้ไม่ยากเสียด้วย เราเองก็พยายามแก้ปัญหาแรกจนสามารถผ่านได้ ทำให้อิกกิเข้ามาหาเราได้แถมยังบ่นเคนท์เล็กน้อยว่าเป็นครั้งแรกที่เห็นว่าปริศนาเคนท์ยากขนาดนี้แฮะ เสียงของเคนท์จากลำโพงเพื่อบอกถึงปริศนาต่อไปที่ต้องช่วยกันทำสองคน
 
ระหว่างทำอิกกิก็พูดขึ้นมา (แบบตั้งใจ) ว่าเขาได้กลิ่นแชมพูจากผมเรา คงเป็นกลิ่นกุหลาบสินะ เขาเองก็ชอบเสียด้วยสิ แต่แล้วเขาก็ยิ้ม ๆแล้วบอกให้แก้ปัญหาด้วยกันดีกว่า
 
 
 
 พอแก้ปัญหาเสร็จแล้วกลับพบว่าต้องแก้อีกปัญหาหนึ่งให้ได้ (อิกกิก็บ่นว่ายุ่งยากอีกแล้ว) เราสองคนช่วยกันแก้จนเสร็จและเคนท์ก็มาแสดงความยินดี จากนั้นจึงชวนกันไปทานอาหารด้วยกัน
 
 เมื่อออกมาจากอาคารแล้วอิกกิกับเคนท์ก็สังเกตว่าหมวกของเราหายไป เราเลยเอากลับไปเอา ในขณะที่อิกกินั้นจะรอเราอยู่ข้างนอก
 
 แต่แล้ว พอเราเข้าไปในห้องเพื่อหยิบหมวกกลับพบว่าห้องถูกล็อก ในขณะที่เคนท์และอิกกิได้ยินเสียงเตือนภัยจากอาคารจึงรีบวิ่งเข้าไปแล้วพบว่ามีที่ไหนสักแห่งในอาคารไฟไหม้ทำให้สัญญาณเตือนดังขึ้น เคนท์บอกว่าเขาจะไปห้องควบคุมเพื่อเปิดห้องให้ ในขณะที่อิกกิรอเราจากนอกห้องเพื่อให้ประตูเปิด อีกฟากหนึ่งควันก็เริ่มเข้ามาที่ห้องเรา เราสูดควันเข้าไปมากจนสลบไป โอริออนพยายามบอกว่าอย่าเพิ่งหลับไปเด็ดขาด แต่โชคยังดีที่เคนท์สามารถปลดล็อกประตูได้ทุกบานแล้วอิกกิก็เข้ามาช่วยได้ทันเวลา
 
 
 
เมื่อเรากับอิกกิออกมายังทางเดินกลับพบว่าบันไดหนีไฟถูกล็อกอีกครั้ง เคนท์บอกมาทางลำโพงว่าเขาไม่สามารถควบคุมมันได้แล้วสัญญาณก็ขาดหายไป อิกกิสังเกตว่ามันมีรหัสอยู่ 5 หลัก หากไขออก ประตูก็จะเปิด อิกกิคาดว่าน่าจะเป็นพวกตัวเลขจากพัซเซิ่ลของเคนท์แน่ แล้วถามเราถึงตัวเลขที่เราแก้ในตอนแรก
 
เมื่อใส่รหัสเข้าไปประตูกลับเปิดไม่ออกอีก (ซวยซ้ำซวยซากจริง ๆ พับผ่า) อิกกิสังเกตว่ามีกระดาษอีกใบเขียนว่ามีปุ่มที่จะเปิดประตูสำหรับหนีออกไปได้ แต่ใช้ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ดูเหมือนตอนนั้นเราสองคนจะหนีไม่ได้ อิกกิคิดว่านี่ต้องเป็นฝีมือเคนท์แน่ ๆ แต่คงไม่ได้ตั้งใจทำให้เลยเถิดขนาดนี้ ยังไงรายนั้นจะต้องมาช่วยพวกเราอยู่แล้วล่ะ อิกกิเอ่ยกับเราว่าเขารักเราจากนั้นก็กดปุ่มผลักให้เราหนีออกไป แต่เราไม่สามารถปล่อยให้อิกกิอยู่แบบนี้เด็ดขาด เราตามหาปุ่มที่เหมือนกันท่ามกลางควันจนเจอ ความรู้สึกของเราเองก็เหมือนกับอิกกิ เรารีบกดปุ่มทันที เมื่อประตูเปิดออกอิกกิตะลึงไปว่าทำไมรายังอยู่ที่นี่ แต่ก็ไม่มีเวลาพูดคุยมากนัก เราสองคนหนีออกมาจากอาคารด้วยกันและพบกับเคนท์ที่โทรเรียกเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและรถพยาบาลมา
 
 อิกกิขอเวลาอยู่คนเดียวสักพักก่อนจะถามเราว่าเหนื่อยรึเปล่าที่ต้องมาช่วยใครสักคนที่เราไม่ได้ชอบเลย เขาคิดว่าเราคงจะช่วยใครแบบไม่คำนึงถึงเลยใช่มั้ย จากนั้นอิกกิก็เข้ามาจูบเราและสัมผัสถึงความอบอุ่นในตัวเราไว้เพื่อรับรู้ว่าเรายังมีชีวิตอยู่ เขาเอ่ยว่าเราเป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา แต่แล้วเคนท์ก็เข้ามาขัดจังหวะว่าตอนนี้พวกพยาบาลกำลังรอพวกเราอยู่
 
 
 
 ระหว่างทางกลับบ้านอิกกิเคยขอโทษเราที่เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นในวันนี้ เขาคิดว่าเราคงโกรธแน่ เพราะเขายังโกรธตัวเองที่ทำให้เกิดเรื่องขึ้น ทั้งยังรู้สึกผิดขึ้นมาในใจ แต่ว่าต่อจากนี้เขาจะปกป้องเราไม่ว่จะเกิดอะไรขึ้นเอง
 
 
Bad End in Suspense

1. เราเลือกคำตอบผิดในการเล่นเกม พอดีกับที่เคนท์เข้ามา อิกกิบอกว่ายังไง ๆก็ไม่มีทางยอมแพ้หรอก แต่พอเคนท์พูดจาหว่านล้อมเข้า ทำให้ต้องยอมแพ้และชวนเราไปทานข้าวด้วยกัน โอริออนก็ชมว่าเราพยายามได้ดีแล้ว ระหว่างทางที่เรากับอิกกิเดินไปยังหน้ามหา’ลัยเพื่อไปหาอะไรทานก็พบพวกแฟนคลับอิกกิจะมารออิกกิแล้วทำให้อิกกิต้องตามพวกนางไปแทน ทำให้เจ้าภูติน้อยนึกโมโหและชวนให้เรากลับบ้านจะดีกว่า
 
2. เราตอบคำตอบผิด เคนท์เข้ามาในห้องและบอกว่าเรากับอิกกิตอบคำถามผิดทำให้ต้องทำจนกว่าจะถูกจริง ๆ โอริออนก็แอบบ่นว่านี่เราเสียเวลาไปตั้งหนึ่งวันเต็ม ๆโดยที่ไม่มีอะไรคืบหน้าสักนิดเดียว
 
 
3.ตรงส่วนรหัสผ่าน เราตอบรหัสผิด ทำให้ประตูเปิดไม่ออก อิกกิย้ำถามเราว่ามันใช่เลขนี้จริง ๆเหรอ แต่แล้วเราก็หลับตาลง อิกกิรีบตะโกนเรียกเราให้ตื่น
 
4.เราเลือกไม่กดปุ่มแล้วพยายามเปิดประตูด้วยตัวเอง อิกกิที่ได้ยินก็ร้องบอกให้เรารีบหนีไป แต่ทว่าไฟได้ลามมาหาเราสองคนเสียแล้ว
 
5.เราตัดสินใจหนีไปโดยทิ้งอิกกิเอาไว้โดยมีโอริออนช่วยหาทางได้ เมื่ออกมาได้แล้วก็พบเคนท์พร้อมทั้งมีเสียงระเบิดจากที่ ๆอิกกิอยู่ เคนท์พยายามเข้าไปแต่โดนพวกเจ้าหน้าที่กันเอาไว้ สุดท้ายอิกกินั้น…
 
 
 
Love

เนื้อเรื่องจะเริ่มไปครึ่งปีหลังจากสิ้นเดือนสิงหาแล้ว และวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่อิกกิจะทำงาน Meido no Hitsujiผู้จัดการ (วากะซังในโลกโพธิ์ดำ) จึงให้ทุกคนมาพูดคุยในตอนเช้า เขาบอกกับอิกกิว่าอย่าลืมคำขวัญประจำร้านเด็ดขาดว่า “ลูกค้าคือศัตรู” แล้วจะประสบความสำเร็จหากจำมันได้ หลังจากนั้นพนักงานทุกคนในร้านก็พากันร้องเพลงให้ ส่วนผู้จัดการก็ร้องแค่ท่อนเดียวจบ...
 
 หลังจากทำงานเสร็จแล้ว เรากับอิกกิก็พากันกลับบ้าน นอกจากลาออกจากงานพิเศษแล้วอิกกิยังใกล้เรียนจบอีกไม่กี่วัน ทำให้ต้องเริ่มเรียนเสริมสำหรับเรียนนานาชาติในอาทิตย์หน้า อิกกิพาเดินไปจนถึงอพาร์ตเมนท์ เราได้อาศัยอยู่ที่นี่แล้ว อิกกิเอ่ยว่าเขาคงรู้สึกใจหายหากต้องย้ายไปเขาเองก็ไม่อยากรบกวนเราเท่าไหร่

 1 สัปดาห์ต่อมา อิกกิได้ลาออกจากงานพิเศษ ส่วนเรายังคงทำงานพิเศษตามเดิม ชินเองก็คอยสังเกตพฤติกรรมของอิกกิ (นี่แอบหวงรึเปล่าเนี่ย นุ้งชิน) แล้วบอกเราว่าให้กังวลเรื่องเกี่ยวกับอิกกิให้มากกว่านี้เถอะ ระหว่างทางกลับบ้านเราคุยกับอิกกิไปตลอดทางจนกลับมาถึง เราต้อนรับอิกกิที่กลับบ้านมาแต่พออีกฝ่ายถอดแว่นกันแดดออกมาแล้ว หัวใจเราก็เต้นแรงมากขึ้นกว่าเดิม พอกลับมาเป็นปกติเราก็บอกกับตัวเองว่าไม่มีอะไร ในคืนวันศุกร์ อิกกิได้กลับบ้านมาเห็นเรารอจนกระทั่งหลับไปเลยปลุกให้ตื่น เราเกิดอาการใจเต้นแรงอีกครั้งตอนที่เขาถอดแว่นกันแดดออกมา อิกกิบอกว่าเขาได้งานทำตั้งแต่พรุ่งนี้ (วันเสาร์) แล้ว เราเลยเล่าให้เล่าถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในที่ทำงานร่วมถึงอาการที่เกิดขึ้นตอนสบตาเขา อิกกิเองก็ตอบอะไรไม่ได้เหมือนกัน
 
 อิกกิถามเราว่าจะนอนด้วยกันได้รึเปล่า เราเลยจับกดเขาลงบนเตียงซะแล้วบอกว่าได้อยู่แล้ว อิกกิเลยบอกว่าถ้าผู้หญิงยินดีเขาก็ไม่มีปัญหาที่จะตอบรับคืนเลยขอจูบก่อน พอเราหลับตาลงเราก็กลับมาตามปกติก่อนจะรู้ตัวว่าดวงตาของอีกฝ่ายเริ่มทำงานกับเราด้วยเหตุผลบางอย่าง เรารีบขอโทษอีกฝ่ายแล้วบอกว่าค่อนข้างมึนเล็กน้อย เราพยายามหลบเลี่ยงสายตาของชายหนุ่มไปตลอด ตอนนอนหลับเราก็หันหลังให้พลางคิดถึงเหตุผลว่าทำไมเราถึงชอบเขากันแน่
 
 
 
วันต่อมา เราตัดสินใจหยุดงานพิเศษสักพักก่อนจะเห็นเคนท์กับริกะอยู่ด้วยกันแถมยังได้ยินบทสนทนาเกี่ยวกับอิกกิอีก ริกะเล่าว่าอิกกิเหมือนจะลำบากมากขึ้นเพราะต้องไปทำงานที่ใหม่ พลังของอิกกิเองก็อาจส่งผลกับเพื่อนร่วมงานด้วยกันแน่ ความจริงตอนแรกนั้นทุกคนพากันหนีอิกกิไป แต่ไป ๆมา ๆกลับพบว่ามีเด็กผู้หญิงหลายคนที่ตั้งตัวเป็นแฟนคลับ ริกะคิดว่าพลังของอิกกิเหมือนจะเริ่มส่งผลกับคนในที่ทำงานร่วมถึงคนที่ไม่เคยได้รับผลมาก่อนแน่ ๆ (ซึ่งน่าจะหมายถึงตัวเราด้วย) เคนท์เลยถามว่าจะทำยังไงต่อดี ริกะตอบว่าเธอจะทำงานที่เดียวกับอิกกิเพื่อคอยช่วยเหลือแล้วจะพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้โดนผลกระทบไปมากกว่านี้ เคนท์เลยบ่นว่าจากนี้คงมีปัญหามากขึ้นกว่าเดิมแน่ ริกะบอกให้ร่วมมือกับหล่อนซะ เพราะอาทิตย์นี้มีคนตั้ง 6คนที่มาเกี่ยวข้องกับอิกกิเสียแล้ว เราตัดสินใจร่วมมือช่วยเหมือนกัน ริกะเลยบอกว่าอย่าให้อิกกิรู้เรื่องนี้เด็ดขาด
 
 ภายหลังเราชมริกะที่ไม่โดนผลกระทบจากดวงตาของอิกกิ หล่อนเลยตอบว่าไม่มีเทคนิคอะไรหรอก หล่อนก็แค่ทำตัวให้ตรงข้ามเท่านั้นเอง ขณะที่พวกแฟนคลับคลั่งไปหรือคนอื่นจะเลือกหนี พอได้ยินเช่นนี้เราก็เริ่มเข้าใจขึ้นมาบ้าง ริกะขอตัวไปรวบรวมสมาชิกเพิ่ม (แน่นอนว่ารวมซาวะเข้าไปด้วย) พอเรากลับมาบ้านก็พบว่าอิกกิเองก็กลับมาไล่เลี่ยกัน วันนี้เขาเลิกงานไวเพราะมีงานพาร์ทไทม์เพิ่มขึ้นมา เราตัดสินใจบอกความจริงให้อีกฝ่ายรู้ เท่านั้นแหละอิกกิเป็นลมทั้งยืนไปเลย 55555+ เราพยายามปลุกอีกฝ่ายให้ตื่น แต่หัวอิกกิไปชนเข้ากับครัวจนไปจับหม้อที่ร้อนอยู่เลยตื่นขึ้นแทน และแล้วเราก็เผลอไปสบตาอีกฝ่ายเข้าให้ อิกกิเอ่ยว่าที่ผู้คนพากันเข้าหาเขามากขึ้นเพราะแบบนี้เองสินะ ไม่มีใครจะมองเขาจากใจจริงเลย เราขอร้องให้อีกฝ่ายหยุดคิดแบบนี้ ยังไงซะเขาก็เป็นคนสำคัญสำหรับเราอยู่แล้วล่ะ อิกกิได้ยินเช่นนั้นก็ขอโทษแล้วบอกว่าเขาแค่ง่วงนิดหน่อย หลังจากเราอาบน้ำเสร็จแล้วก็เห็นว่าอิกกิหลับไปก่อน
 
 ไม่กี่วันต่อมาเราก็อยู่ต่อที่ร้านเล็กน้อยเวลาหลังเลิกงาน แต่พอเราทำงานเสร็จแล้ว ฝนกลับตกกระหน่ำเลยต้องรอ ตอนนั้นเองที่โทมะโทรหา เราขอบคุณที่อีกฝ่ายช่วยให้เรามาทำงานที่ร้าน Meido no Hitsuji แห่งนี้ อิกกิเข้ามขัดจังหวะทำให้เราวางสายไป เราอธิบายให้อีกฝ่ายฟัง แต่อิกกิบอกว่าเขาไม่ฟังอะไรทั้งนั้นแล้วจับดันเราติดกำแพง




เขาบอกว่าเขาอิจฉาเราที่เราสามารถสนุกแล้วยิ้มให้กับคนอื่นได้ แต่พอกับเขา เขากลับทำให้เราเสียใจทุกครั้ง ถ้าอยู่กับคนอื่นคงจะมีความสุขมากกว่าเขาสินะ แต่เราปฏิเสธ อิกกิเลยบอกให้มองตาเขาซะ ถ้าดวงตามีผลกับเราจริง ๆก็คงต้องจากกันแค่นี้ เราขอโทษที่ปิดเงียบไว้แล้วขอร้องว่าอย่าไปเลย เพราะเรารักเขามาก มันไม่ใช่เพราะดวงตาของเขามีผลกับเราหรือไม่ ตอนนั้นที่เราเข้าใจเหตุผลที่แท้จริง อิกกิกลับเข้าใจผิดนึกว่าเราไม่อยากอยู่กับเขาอีกแล้ว เลยขอโทษพร้อมบอกเลิกเราไป
 
  วันเวลาผ่านไปจนมาถึงวันสุดท้ายที่เราทำงานพิเศษในที่ทำงานของอิกกิ งานของอิกกิเองก็จบลงแล้วเช่นกันทำให้ต้องเตรียมเดินทางไปเรียนต่างประเทศ เขาตัดสินใจบอกความจริงเกี่ยวกับเรื่องดวงตาของเขาให้คนอื่นฟัง ทว่าเพื่อนร่วมงานกลับหัวเราะนึกว่าเป็นมุกตลก แต่อิกกิก็ยังขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือเขาตลอด (ทำเอาริกะเป็นลมล้มพับไปเลย lol) หลังจากทุกคนไปแล้ว อิกกิก็ถอดแว่นกันแดดออกมา แต่รู้สึกเหมือนจะไม่มีผลกระทบอะไรอีกแล้ว เราเลยบอกว่าบางทีอาจเป็นเพราะอิกกิเป็นที่นิยมขึ้นมาจริง ๆก็ได้ อิกกิเองก็คิดเช่นนั้น แต่ความจริงแล้วดวงตาของเขาจะทำงานแค่คนที่เขาต้องการอยากให้เกิดเพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งก็คือเรานั่นเอง

3 ปีหลังจากตอนท้ายเรื่อง อิกกิได้จองร้าน Meido no Hitsuji เพื่อฉลองที่เราเรียนจบมหา’ลัยแล้ว ตามสัญญาที่ว่าเขาจะรอจนกว่าเราเปลี่ยนความรู้สึกไปแล้ว แต่เขาก็ไม่สามารถรอนานกว่านี้และขอแต่งงานเรา



ทางฝั่งห้องครัว ชินกับโทมะพากันคุยว่าอิกกิเปลี่ยนไปค่อนข้างมากทีเดียว จากนั้นสองหนุ่มเมาร่วมแสดงความยินดีที่เราจบการศึกษา ส่วนเคนท์ที่เข้ามาพร้อมซาวะและริกะก็ชวนอิกกิมาแข่งเล่นเกมกัน พวกเราร่วมงานฉลองไปจนกระทั่งเราหลับ ในตอนนั้นเราได้ยินเสียงของโอริออนที่ร่วมแสดงความยินดี เจ้าภูติน้อยจะมาหาเราอีกครั้งในร่างของนักเพื่อจะได้มอบริบบิ้นมาติดชุดแต่งงานของเรา โอริออนอวยพรให้เรามีความสุขและเขาก็จะคอยเฝ้ามองเราตลอดไป เมื่อเราลืมตาขึ้นก็พบว่าภูติน้อยได้หายไปแล้ว อิกกิสังเกตว่าเราถือของบางอย่างในมือ แต่ก่อนจะได้ทักอะไรมากกว่านี้เราก็เข้าไปจูบเขาแทน (เมาค่ะเมา) ถึงจะรู้ว่าเราเมาหนักแล้วอิกกิก็ยังจูบตอบกลับมา
 
 
 
 
Love: Communication

เราสามารถเลือกสถานที่ 4 แห่งที่จะไปเดทและเลือกบทสนทนาคุยกับอิกกิเพื่อให้ค่าความรักเพิ่มหรือลดได้ หากค่าความรักเต็มก็จะได้ฉาก CG หวาน ๆหนึ่งภาพ
 
 เราเลือกที่จะอยู่ในห้องของอิกกิ อีกฝ่ายพยายามหยอกล้อเราไปเรื่อยจนกระทั่งให้มานั่งที่ตัก จากนั้นเขาก็เปรียบว่าแอ๊ปเปิ้ลเคลือบยาพิษนั่นก็เหมือนกับตอนที่เขาจูบเธอนั่นแหละแล้วก็บอกว่าเขาคือเจ้าชายเพียงหนึ่งเดียวของเรา เพราะงั้นอิกกิก็จะจูบเราทุกเช้าเวลาตื่นขึ้นมา
 
 
 
 
Ikki’s Route Crowd [End]
Spade’s World [Complete]
 
ความเห็นส่วนตัว 

อาจจะสงสัยว่าทำไมไม่มี CG แต่งงานในภาคนี้ แน่นอนค่ะ CG แต่งงานนั้นไปอยู่ในภาค Later ก่อนคนอื่นแล้วนี่ ช่วยไม่ได้ เสน่ห์แรงไป 555+ สำหรับเราคิดว่าเนื้อเรื่องของอิกกิในภาคนี้นั้นเป็นอะไรที่หวานขึ้นสมองไปแล้วล่ะ (แต่แอบมีดราม่าตรงบอกเลิกเนี่ยแหละ) ขนาดโหมด Suspense นั้นยังมีหยอดขายขนมจีบเป็นระยะสมกับเป็นเพลย์บอยอีก เราให้ความรู้สึกว่าสาว ๆหลายคนชอบอิกกิมากเป็นพิเศษนะ แต่เรากลับเฉย ๆค่ะ (เขาไม่สามารถสร้างดาเมจกับเราได้ หรือเราตายด้านหว่า)
 
 แต่ในรูทอิกกิถือว่ายังดีที่ได้ยินเสียงโอริออนมาร่วมอวยพรในตอนท้าย บอกตามตรงว่าแอบซึ้งปนเสียดายค่ะที่ไม่มีรูทโอริออนให้เล่นมากกว่านี้ เจ้าภูติน้อยก็ยังคงมาในตอนท้าย ๆทุกรูทล่ะ (หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น)

รีวิวอันถัดไปของ Amnesia Crowd นั้น แน่นอนว่าเป็นพี่แว่นนนนนนนนนน เคนท์ ค่ะ ใครที่ชอบก็ตั้งใจรออ่านซะเถอะ! (แต่เมื่อไหร่นี่สิ 555555+)


เจอกันเอนทรี่หน้าค่ะ!!
 

Comment

Comment:

Tweet