[Review Game]Amnesia Crowd Kent's Route

posted on 10 May 2014 22:54 by semi-sweety in Game, Spoil directory Cartoon, Entertainment, Lifestyle

กลับมาพบกับการรีวิวเกมสุดปวดตับสะท้านหัวใจอย่างเกม Amnesia Crowd กันนะคะ เราคงไม่ได้พูดอะไรผิดสินะ ล้อเล่นค่ะ ความจริงแล้วในนี้ก็ไม่ได้ปวดตับอะไรมากมาย หมายถึงในรูทของคนที่จะรีวิวต่อจากนี้ก็ไม่ปวดตับเท่าที่ควรค่ะและเขาคนนั้นก็คือเฮียแว่นผู้ (แอบ) ฮอต เคนท์ นั่นเอง

 

Kent (CV.Ishida Akira)


 

อิชิดะซังผู้มีผลงานพากย์มายาวนานมาก (คงไม่ต้องบอกอายุเขานะ 555+//โดนสับ) ต่อจากภาคที่แล้ว (Later) เฮียเคนท์ก็สามารถสร้างคะแนนให้กับสาว ๆไปมากพอสมควรแล้ว เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าในภาค Crowd นี้เฮียจะสร้างคะแนนเพิ่มขึ้นได้กว่าเดิมมั้ย <3

หมายเหตุ1: ในเรื่องเราจะใช้แทนตัวนางเอกว่า “เรา” นะคะ

หมายเหตุ2: เราจะมีเขียน Bad End ตรงส่วน Suspense เพิ่มเติมไปด้วย หากต้องการทราบ

 

!!Start!! 

Suspense

เนื้อเรื่องเริ่มที่ตกกลางคืน เราได้วิ่งหนีอะไรบางอย่างและเข้าไปในห้องน้ำที่สวนสาธารณะ เราขังตัวเองไว้ข้างในเพื่อหนีใครบางคนที่ตามเรามา โอริออนเสนอไปสำรวจข้างนอกให้และก็ต้องรีบกลับมาพร้อมน้ำเสียงตกใจ(ตรงนี้แอบน่ารักมากค่ะ น่าไปกอดให้หายกลัว หุ ๆ) ภูตน้อยบอกกับเราว่าเขาเห็นผู้หญิงท่าทางน่ากลัวอยู่ข้างนอกแล้วก็พูดต่อว่าเรื่องที่ซาวะเล่าให้ฟังเมื่อตอนบ่ายนี้ต้องเป็นเรื่องจริงแน่

 ย้อนกลับไปเมื่อช่วงบ่ายวันเดียวกัน ซาวะได้รับภารกิจให้เล่าเรื่องผีให้เคนท์ ผู้ไม่เชื่อว่าผีมีจริงฟัง เธอเล่าให้ฟังถึงเด็กชายคนนึงได้ยินเสียงฝีเท้าตามหลังระหว่างทางจากสถานีไปยังบ้านของตน ระยะทางก็ไม่ไกลกันมาก แต่พอหันไปก็ไม่มีใครเลย ในวันนึงเด็กชายก็หมดความอดทน เขาหยุดอยู่ตรงธรณีประตูและตะโกนให้คนที่ตามเขามาปรากฏตัวเสียที พอไม่มีอะไรตอบรับเขาก็เข้าไปข้างในบ้าน แต่แล้วก็เจอแต่ผู้หญิงผมยาวอยู่ตรงหน้าจากนั้นเด็กชายก็ไม่เห็นอะไรอีกเลยนับจากนั้น พวกสาว ๆพากันกรีดร้องด้วยความกลัว ตรงข้ามกับเคนท์ที่อธิบายอย่างใจเย็นว่าเด็กชายคนนั้นไม่เคยเล่าให้ใครฟังถึงอุบัติเหตุนั้นนี่ เพราะงั้นเรื่องนี้ก็เหมือนกับข่าวลือนั่นแหละ

 ย้อนกลับมาสู่ปัจจุบัน เสียงประตูดังอย่างต่อเนื่องจนในที่สุดก็สงบลง โอริออนสำรวจดูก็บอกว่าทางโล่งแล้ว เรากระชากประตูเปิดออกมาแล้วรีบวิ่งไปยังถนนใหญ่ก่อนที่จะโทรหาเคนท์ อีกฝ่ายรีบมาหาเราและพาเราไปส่งบ้าน ระหว่างทางเราก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง เคนท์คิดว่าคงไม่ใช่ผีหรอกแล้วก็บอกว่าเราคงยังตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเลยคิดไปเองมากกว่า เพราะก่อนหน้านี้ก็เจอผู้ชายผมยาวท่าทางประหลาดมาก่อนแล้ว(อุเคียว) พอมาถึงอาร์ตเมนท์ของเราแล้ว เคนท์ก็เริ่มสำรวจทุกอย่างให้ก่อนแล้วก็ถามเราว่าจะว่าอะไรมั้ยถ้าเขาไม่ขอสำรวจตู้เสื้อผ้าเรา ก่อนจะแยกไปเคนท์ก็ตัดสินใจที่จะมาพบเราบ่อยมากขึ้น

 วันต่อมาเราเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในซาวะฟัง อีกฝ่ายเลยกะจะไปสำรวจเสียหน่อย เรารีบห้ามเอาไว้ โชคร้ายหน่อยที่เคนท์เขามีงานสำคัญพอดี คงไม่ได้พาเรากลับบ้าน ซาวะก็เหมือนจะไปให้ได้ เราไม่มีทางเลือกเลยตัดสินใจกลับบ้านคนเดียว

 วันต่อมาซาวะไม่มาทำงานเลย อีกทั้งไม่มีใครติดต่อได้ ทุกคนเริ่มพากันเป็นห่วง เราตัดสินใจที่จะไปสืบเรื่องราว ทางด้านผู้จัดการเองก็จะไปที่บ้าน ส่วนมิเนะก็นึกเรื่องเล่านึงขึ้นมาได้คือที่สุสานของเมืองนั้นมีคนพบหญิงสาวแขวนคอตาย เคนท์มาหาเราที่ทำงานในภายหลังและเห็นเราท่าทางกังวลเลยปลอบว่าไม่มีผีอยู่ในโลกหรอก ทั้งสองนัดกันในตอนบ่ายต่อมาและไปที่สุสานด้วยกัน

 เมื่อเรามาถึงแล้วเราเกิดรู้สึกกลัวขึ้นมา เคนท์จึงพยายามปลอบไม่ให้กลัว ระหว่างทางที่เดินไปนั้นเจ้าตัวก็พูดขึ้นมาว่าหมู่นี้เราทำตัวแปลก ๆไป แปลกจนน่าสงสัย ในขณะที่เราจะตอบคำถามนั้นก็มาถึงจดหมายพอดีและได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาจากที่ไหนสักแห่ง เคนท์รีบบอกว่าตนจะไปตรวจดู ให้เรารออยู่ที่นี่ก่อน เรารอจนแล้วจนเล่าเจ้าตัวก็ยังไม่มา แต่แล้วเราก็เห็นเงาใครบางคนอยู่ใกล้ ๆ โอริออนแนะว่าน่าจะไปตรวจดู บางทีอาจจะเป็นซาวะก็ได้ พอเราไปก็ไม่เจอใครเลยตั้งใจกลับไปที่เดิม แต่แล้วก็มีใครบางคนจับแขนเราไว้ ด้วยความตกใจเราก็รีบวิ่งหนีไปจนถึงอาคารแห่งหนึ่ง ที่ล็อกประตูดันเสีย เราเลยหาของบางอย่างมากั้นประตูแทนเอาไว้และล็อกหน้าต่างตามที่โอริออนแนะนำ


 เรารีบโทรหาเคนท์ทันที แต่ก่อนที่เราจะได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้มากกว่านี้ กระจกหน้าต่างก็แตกขึ้นมาและมีคนเข้ามาข้างใน เราเผลอทำโทรศัพท์ตกแต่ไม่มีเวลาที่จะเก็บมันมาก่อนจะได้หนี

 หลังจากที่ได้ยินเสียงทางปลายสายนั้น เคนท์ก็คุมสติตัวเองให้เย็นลงและคาดการณ์ว่าเราน่าจะวิ่งหนีไปทางไหนได้บ้าง โชคดีที่เราได้เจอกันและดูเหมือนคนที่ไล่ตามเรามาก็ยอมแพ้แล้วด้วย

เคนท์ขอโทษที่ปล่อยให้เราอยู่ตามลำพังและทำให้เราลำบาก เคนท์ยังคงยืนกรานว่าไม่มีผีแน่นอน แต่ถ้าเราอธิบายเหตุผลล่ะก็เขาจะยอมเชื่อก็ได้ โอริออนจึงบอกว่าบางทีเราควรจะเล่าความจริงให้อีกฝ่ายฟังก่อนที่เจ้าตัวจะไป

ทันใดนั้นพวกเราก็ได้ยินเสียงกรีดร้องจากที่นึงพอวิ่งไปดูปรากฏว่าเป็นมิเนะนั่นเอง มิเนะอธิบายว่าคนที่ไล่ตามเราตอนที่หนีเข้าห้องน้ำคืนแรกนั้นเป็นเธอเอง วันนั้นมิเนะเพิ่งแยกจากผู้จัดการแล้วสุดท้ายหล่อนก็ร้องไห้อย่างหนัก แล้วเธอก็เห็นเรากำลังกลับบ้านเลยตั้งใจจะคุยสักหน่อย แต่เสียงมิเนะในตอนนั้นหลอนน่ากลัวเพราะเพิ่งผ่านการร้องไห้มา โอริออนเลยบ่นว่าหน้าตามิเนะตอนนั้นเหมือนผีก็เพราะเครื่องสำอางบนหน้าคงเละแล้ว มิเนะรู้สึกกังวลแล้วอยากจะเล่าความจริงในฟังวันต่อมา แต่ก็เป็นห่วงซาวะด้วยเลยตัดสินใจจะมาสืบความจริง กลายเป็นว่าระหว่างสืบนั้นเส้นผมของเธอดันไปพันกับรังนกเข้าซะงั้น เรื่องจึงจบลงโดยที่ไม่มีผีเลยสักตัว (ถ้ามีคงเฮให้)

 วันต่อมาซาวะก็เอ่ยขอโทษที่หายไปโดยไม่บอกกล่าว เมื่อวานนั้นเธอไม่สบายแถมแบตมือถือหมด ส่วนที่ชาร์จก็ดันเสียอีก(ซวยซ้ำซวยซ้อนไปนะหล่อน) เธอขอโทษอีกครั้งที่ทำให้ทุก ๆคนเป็นห่วงแล้วก็เอาเค้กที่ซื้อมาให้เรากับเคนท์ ดีที่ตอนนี้ลูกค้ายังไม่มา ผู้จัดการเลยอนุญาตให้ทานตอนนี้ได้ ซาวะแอบแซวว่านี่เป็นโอกาสที่จะได้สวีทกับเราแล้ว เคนท์กลับบอกว่ามันคงจะยากสำหรับเขา

 แต่แล้วเคนท์ก็ป้อนให้เราแล้วบอกว่าไม่ต้องป้อนให้เขาตอนนี้ก็ได้ ทำตอนที่อยู่ด้วยกันสองคนพอ ระหว่างกินมีครีมติดอยู่ที่หน้าเรา เคนท์เลยเลียออกให้แล้วมาเขินเอาทีหลังเสียเอง lol

 


 

Bad End in Suspense

  1. เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นตอนเราโทรให้เรามารับเรา เคนท์จะมาสาย ส่วนเรารอเขามาตามที่นัดไว้ แต่แล้วรถก็พุ่งมาหาเราและชนเต็มที่ เคนท์ที่เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็รีบโทรหารถพยาบาลและภาวนาว่าอย่าให้เราเป็นอะไรไป
  2. เกิดขึ้นในตอนที่เราวิ่งหนีบุคคลปริศนาแล้วเข้ามาในอาคาร เราตัดสินใจไม่ล็อกหน้าต่าง แต่แล้วเสียงกระจกก็แตกและคนที่ปรากฏตัวต่อหน้าเราคืออุเคียวในร่างมืด อีกฝ่ายหัวเราะร่าและบอกกับเราว่าเราไม่มีทางหนีพ้นจากเขาอีกแล้ว และเงื้อมีดขึ้นมาแทงเราจนตาย

Love

เหตุการณ์นี้จะเริ่มต้นหลังจากเคนท์ขอเราแต่งงานไปได้ 2 อาทิตย์ และในอาทิตย์นี้ก็เป็นเวลาที่เขาต้องตัดสินใจไปหาพ่อแม่ของเราเพื่อคุยเรื่องนี้ โดยเฉพาะเรื่องไปเที่ยวที่ลอนดอน เคนท์นั้นอยากจะเตรียมตัวสำหรับเรื่องนี้เลยอยากให้เราช่วย เราเลยแนะนำว่ารอยยิ้มนั้นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการพบกันครั้งแรก อีกฝ่ายเลยตัดสินใจฝึกในวันต่อมา พอเขามาหาเราที่ทำงาน ซาวะกับมิเนะก็พากันกลัวเพราะนึกว่าที่เคนท์ยิ้มเพราะกำลังอารมณ์เสียหรืออะไรสักอย่างแทน หลังเลิกงานเคนท์ได้พูดคุยกับผู้จัดการเล็กน้อย ซาวะกับมิเนะก็พากันพูดแทรกจังหวะ ซาวะแนะนำว่าให้ไปเรียนคอร์สทำอาหาร เคนท์จึงตัดสินใจที่จะทำงานเพื่อที่จะทำอาหารให้ได้ เราเลยบอกว่าควรจะเริ่มทำตั้งแต่ตอนนี้เสีย

 วันต่อมาหลังจากไปเจอพ่อแม่เราแล้ว เราแอบเห็นเคนท์รวบรวมพวกเอกสารที่มีหัวข้อว่า “การสานความสัมพันธ์” (เฮียแกมีความเพียรแท้) เขาห้ามไม่ให้เราดูและบอกว่าตั้งใจจะให้พ่อของเราต่างหาก แล้วพวกเราสองคนก็ลองสร้างสถานการณ์จำลองขึ้นมาโดยให้เราเป็นพ่อ ตอนแรกเคนท์แข็งทื่อจนเหมือนซอมบี้ พอหลัง ๆก็พัฒนาดีขึ้นหลังจากได้อ่านข้อแนะนำบางอย่างจากนิยาย จากนั้นเราก็ให้ซาวะรับบทแทนโดยที่บทเหมือนเดิมทุกประการ

 วันต่อมาพ่อของเราก็อนุญาตให้ไปลอนดอนได้โดยที่ให้เราพักอยู่กับเคนท์ ถึงจะดูเหมือนไม่ยอมรับในตอนแรก ๆก็ตาม เคนท์ได้มอบสมุดที่เขาจดให้และสัญญาว่าจะไม่มีทางวางมือจากเราจนกว่าจะแต่งงาน ถ้าหากว่าตนผิดสัญญาก็ให้ลงโทษตามเห็นแก่สมควรได้เลย พ่อของเราถึงกับผงะพอเห็นท่าทีจริงจังอีกฝ่าย เคนท์กลับนึกว่าคงโน้มน้าวไม่สำเร็จเลยจะขอยืมห้องครัวมาทำอาหารให้เสียหน่อย พ่อของเราพอเห็นเลยเข้าใจว่า(ว่าที่ลูกเขย)คน ๆนี้เป็นคนที่จริงจังมากเลยอนุญาตให้พักเป็นเวลา 2 วัน

 4 เดือนต่อมา เราได้มาลอนดอนโดยที่เราช่วยเคนท์ย้ายข้าวของมาไว้ที่พักใหม่ โดยกะว่าจะมาตลอดช่วงเดือนสิงหาคม แต่กลายเป็นว่ามาที่ลอนดอนก่อนอาทิตย์นึง ห้องพักที่จองไว้ในโรงแรมเลยต้องรออีก 6 วัน เคนท์เลยให้พักที่ห้องเขาไปก่อน ตอนแรกเจ้าของห้องกะจะนอนที่พื้น แต่เราดื้อไม่ยอมเลยได้แบ่งเตียงนอนด้วยกัน (แน่ล่ะว่ากว่าเคนท์จะหลับก็นานเลยทีเดียว lol)

 วันต่อมาเคนท์ได้ไปมหา’ลัย โดยที่เราช่วยจัดข้าวของให้ เมื่ออีกฝ่ายกลับมา เขาก็อธิบายว่าวิทยานิพนธ์ที่เสนอไปนั้นศาสตราจารย์ชอบเป็นพิเศษ เลยสามารถอยู่ต่อได้อีก 1 ปี เคนท์คิดว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะค้นคว้าได้มากกว่านี้ แต่เขาก็ไม่ค่อยดีใจเท่าไหร่ที่ต้องแยกจากเรา (เราได้แลกเปลี่ยนแค่ 1 ปีเท่านั้น แต่เคนท์ได้ 2 ปี) ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่อยากผูกมัดเราเอาไว้ เราจึงขอเวลาคิดสักระยะนึงก่อน

 ไม่กี่วันต่อมา เคนท์บอกว่าเขาคิดว่าบางทีคงต้องเปลี่ยนอะไรบ้างเล็กน้อย เขาพาเราไปเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆที่อยากเห็น ระหว่างเดินทางเรากับเขาได้นั่งรถสองชั้นด้วยกัน (รถสองชั้นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของกรุงลอนดอนเชียวนะ) เราเหลือบไปเห็นโบสถ์ที่เป็นสถานที่จัดแต่งงานและมงกุฎเจ้าสาว เราเล่าให้ฟังว่าตอนเด็กเธอเคยเจอแบบนี้ในสมุดภาพและอยากได้มันมาก เลยไปขอพ่อให้ซื้อเป็นของขวัญมาให้ สุดท้ายก็ไม่ใช่ของจริง วันต่อมาเคนท์ให้คัพเค้กหลายชิ้นเท่าภูเขาที่ตนอบเอง เราบอกว่ายังต้องปรับปรุงอะไรนิดหน่อยและสัญญาว่าจะช่วยทำด้วยกัน


 หลายวันผ่านไป เราได้ตัดสินใจบางอย่างและไปยังอพาร์ตเมนท์ที่เคนท์อาศัยอยู่ เราบอกว่าอยากจะเป็นคุณครู อีกทั้งวิชาเอกของเธอคือ “จิตวิทยาการศึกษา” (เท่าที่เคยอ่านมาวิชานี้เป็นส่วนสำคัญในด้านคุณครูพอสมควรนะคะ นางเอกเก่งวุ้ย) และตอนนี้เราก็คิดแล้วว่าจะมาเป็นคุณครูที่โรงเรียนภาษาญี่ปุ่นที่กรุงลอนดอนนี้ จะได้อยู่ด้วยกันมากขึ้น

 หลังจากบทส่งท้าย ก็ผ่านไปแล้ว 3 ปี เคนท์และเราต่างก็จบการศึกษา ตอนนี้เราก็ได้มีงานทำที่นี่แล้ว อีกไม่นานก็จะถึงวันอีสเตอร์เลยตัดสินใจมาทำอาหารกันที่บ้าน เคนท์เอ่ยเปรย ๆว่าครบรอบ 3 ปีแล้วสินะ วันที่เราให้คำตอบก็ตรงกับวันอีสเตอร์พอดีด้วย พวกเราสองคนดื่มกันเล็กน้อย แต่แล้วเราก็ดันเมาจนพูดไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ (พอจับใจความได้ประมาณว่าจากนี้ก็ได้อยู่ด้วยกันแล้ว//ติดความยันมาจากพี่โทมะเหรอจ๊ะ) ทำเอาเคนท์ถึงกับอึ้งกิมกี่ แต่ก็บอกว่าเขาจะไม่มีวันทำลายคำสัญญาเด็ดขาด เขาสัญญาเอาไว้แล้วนี่ และเราก็ผล็อยหลับไปถึง 3 วันเต็ม ๆ พอดีกับที่อิกกิมาเยี่ยม เลยมาเล่นเกมด้วยกันโดยมีเราเป็นตัวประกัน lol


 เราสามารถตอบคำถามที่เคนท์ให้เมื่อ 3 วันก่อนได้ถูก อิกกิเลยมอบมงกุฎให้ เคนท์บอกว่าเขาเล่าเรื่องที่เราอยากได้มงกุฎให้ฟังและอิกกิก็เห็นภาพเข้าพอดีเลยนึกได้ว่าน้องสาวเขามีอยู่อันนึง ส่วนเคนท์เขาก็ไม่มีเวลาทำให้แถมเห็นเราเหมือนยังคิดเรื่องนั้นอยู่ อิกกิแนะว่าให้อธิบายให้หมดเถอะ เคนท์เลยสารภาพว่าความจริงแล้วเขาตั้งใจจะเซอร์ไพรส์เราแบบที่เราเคยทำให้เขา และบอกว่าเราวางแผนเรื่องงานแต่งงานที่ตั้งใจจะจัดอาทิตย์หน้าด้วย ทำให้เรารู้สึกมีความสุขมากที่สุดกับของขวัญที่ได้รับมา

 ในวันแต่งงาน โอริออนได้เห็นช่อดอกไม้และใส่บางอย่างลงไปก่อนจะหายไป พอเราสองคนกลับมาเอาช่อดอกไม้ เคนท์ก็เห็นว่ามีดอกแดฟโฟนีลเพิ่มเขามาด้วย ความหมายของมันคือ “เริ่มต้นใหม่” เขาไม่รู้เหมือนกันว่าใครเอามาเติมให้ แต่คน ๆนั้นจะต้องอวยพรให้เราแน่นอน

 


 

Love: Communication

เราสามารถเลือกสถานที่ 4 แห่งที่จะไปเดทและเลือกบทสนทนาคุยกับเคนท์เพื่อให้ค่าความรักเพิ่มหรือลดได้ หากค่าความรักเต็มก็จะได้ฉาก CG หวาน ๆหนึ่งภาพ

 เรากับเคนท์อยู่ที่บ้าน และเคนท์ก็เข้ามากอดและจูบเรา เขาเอ่ยว่าเขากังวลเสมอเวลาที่เข้าหาเรา แต่เป็นเพราะเราคือคนสำคัญมากที่สุดในชีวิตของเขา (สั้น ๆแค่นี้เอง)


 

Kent’s Route Crowd [End]

 

Clover’s World [Complete]

 

ความเห็นส่วนตัว 

เราว่าภาค Later มันสุดจะฟินมากแล้วนะ แต่อะไรคือภาคนี้มุ้งมิ้งมว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ฮว้ากกกกกกก ไม่ทนนนนน ฟหกดฟหกด//รีบสูดยาดม ถถถ ส่วนตัวว่าภาคนี้หวานมากกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่าเลยค่ะ รูทเฮียเคนท์จะน่ารักไปไหน แบบว่าน้ำตาลขึ้นเกินพิกัดไปแล้วพ่อแม่พี่น้อง ซายน์จะไม่ทน แทบจะลาตายระหว่างเขียน เป็นลมไปหลายรอบมาก อารมณ์นี่ฟืดฟาด ๆๆๆ//ฮา

 

โอเค ทำใจให้สงบเรียบร้อย เนื้อเรื่องเป็นอะไรที่หวานและน่ารักมากค่ะ ในตอนท้ายตะเห็นว่าโอริออนก็มาด้วย ดอกแดฟโฟนีลมีความหมายอีกอย่างว่า “เพื่อนคนสำคัญ” มันคงจะสื่อว่ามอบให้นางเอกที่เป็นเหมือนเพื่อนที่แสนสำคัญ อยากจะอวยพรให้ล่ะค่ะ ดีใจมากเลย ที่น้องโชตะมาสร้างบรรยากาศซึ้ง ๆให้ โฮ

 

ต่อไปเป็นรูทของพี่ชายสุดน่ารักโมเอะผู้มาพร้อมกับกรง โทมะ นั่นเอง!! โปรดติดตาม(ไล่จี้ตามงาน)ด้วยพลังแห่งรักกันค่ะ!

 

เจอกันเอนทรี่หน้านะคะ! 

 

Comment

Comment:

Tweet

เฮียเคนท์เขินได้น่ารักมาก ภาคนี้หวานกันน่าดู ฟฟฟฟ
โอริออนน่ารักมากค่ะ ทำไมถึงจีบโชตะไม่ได้นะ ; 3 ;

#1 By Unitan (115.67.37.38|115.67.37.38) on 2014-05-11 01:06