[Review Game]Amnesia Crowd Toma's Route

posted on 16 Dec 2014 01:36 by semi-sweety in Game, Spoil directory Cartoon, Entertainment, Lifestyle

หายตัวไปนานเลยสำหรับการรีวิวเกม หลักๆอยู่ที่ความขี้เกียจ รองลงมาก็แค่เฟล นอกนั้นทำตัวไร้สาระ//หาดีไม่เจอเลยจริงๆ คิดว่าหลังจากรีวิวภาค Crowd จบแล้วก็จะไม่มีรีวิวภาค World ต่อนะคะ เนื่องจากเราไม่ได้ซื้อแผ่นมา ไว้รอคนที่มีแผ่นเค้ารีวิวเป็นภาษาไทยแล้วกันเน้อ


 ในการรีวิว Amnesia Crowd งวดนี้ก็ดำเนินมาได้ครึ่งทางแล้ว และคนที่จะรีวิวต่อจากนี้ก็เรียกได้ว่า Bad End นี่เยอะจริงจัง มีแววว่าเยอะกว่าชาวบ้านด้วย พี่โทมะนั่นเองค่ะ

♦Toma โทมะ (CV. Hino Satoshi)♦


 บอกได้แล้วว่าคนๆนี้คือคนที่สามารถครองตำแหน่งชายหนุ่มในดวงใจจากนิตยสาร B’s Log นานกว่าเพื่อนๆในซีรียส์เดียวกัน จะเพราะความยันหรือความใจดีสไตล์พี่ชายเราก็ไม่รู้เหมือนกัน//ฮา ส่วนทางด้านผลงานพากย์ของฮิโนะซังนั้นเห็นบ่อยมาก ในดราม่าซีดีอาจไม่เห็น แต่ลองส่องๆในอนิเมหรือเกมดูจะพบว่าเยอะพอสมควรเลยค่ะ (ที่เห็นแล้วติดใจคือไดจิซังในไฮคิว หนูแพ้ทางกัปตันค้า T///T)
 
หมายเหตุ1: ในเรื่องเราจะใช้แทนตัวนางเอกว่า “เรา” นะคะ
หมายเหตุ2: สำหรับ Bad End ของโหมด Suspense นั้น จะเขียนเพิ่มเข้ามาในภายหลังนะคะ
 
♦!!Start!!♦

  Suspense

 เนื้อเรื่องเริ่มด้วยการที่โอริออนปลุกเราให้ตื่น เราพบว่าตนอยู่ในห้องที่ถูกล็อกเอาไว้ โชคร้ายกว่าคือไม่มีสัญญาณมือถือทำให้โทรขอความช่วยเหลือไม่ได้ พอลองสำรวจดูก็พบว่าเป็นห้องเก็บของที่ถูกทิ้งร้างแล้ว โอริออนลองให้เรานึกทวนความจำว่าเพราะอะไรเราถึงอยู่ที่นี่ได้และก่อนหน้านี้เราอยู่ที่ไหน

ย้อนกลับไปไม่กี่ชั่วโมงก่อน เราอยู่ที่ห้องโทมะและทำอาหารให้ หลังจากกินเสร็จแล้ว โทมะก็ออกไปโดยกำชับว่าห้ามออกไปไหนเด็ดขาด (ก่อนหน้านี้เกิดเหตุการณ์ที่แฟนคลับอิกกิเข้ามาทำร้ายเรา นี่พวกหล่อนเป็นเจ้ากรรมนายเวรชั้นเร้ออออออออออ) โอริออนก็บ่นว่าถ้าอยู่แต่ในห้องก็ฟื้นความทรงจำไม่ได้สิ โทมะก็บอกกับเราว่าอย่าทำหน้าแบบนั้นเลยเดี๋ยวซื้อพุดดิ้งมาให้แล้วก็ออกจากบ้านไป โอริออนก็เข้าใจว่าโทมะเป็นห่วงเรา แต่ถ้ามัวแต่อยู่เฉยๆ เราเองก็ฟื้นความจำไม่ได้พอดี เราตัดสินใจออกจากบ้านโดยที่ไปในที่คนพลุกพล่านจะได้ไม่ถูกทำร้ายเอาง่ายๆ

พอมาถึงถนนสายหลักแล้ว เราก็บังเอิญพบกับซาวะ แน่นอนว่าเราจำไม่ได้ว่ารู้จักกับซาวะด้วย อีกฝ่ายถามว่าทำไมมาอยู่ที่นี่ได้เพราะเราน่าจะพักผ่อนอยู่ พอคุยไปคุยมาก็พบจับใจความได้ว่าเป็นเพื่อนร่วมงานพิเศษนี่เอง หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไป เรากลับมายังที่ๆได้เจอกับโทมะ แต่แล้วก็โชคร้ายเจอพวกแฟนคลับอิกกิจนได้(พวกหล่อนนี่มันเจ้ากรรมนายเวรจริงๆ) พวกหล่อนก็พากันมาด่าเรา บอกว่าอิกกิใจดีกับทุกคนอยู่แล้วไม่ใช่เราคนเดียว โอริออนบ่นว่าอิกกิคือใครจะไปรู้มั้ยเนี่ย และแล้วพวกนางก็จับเราไปยังที่ๆแห่งนึงเพื่อเป็นการลงโทษ สถานที่นั้นก็คือที่ๆเราอยู่ในตอนนี้นี่เอง

พอนึกได้แล้วโอริออนโวยวายยกใหญ่ว่าพวกนั้นอะไรกันและก็คิดว่าคนร้ายจะต้องเป็นพวกแฟนคลับอิกกิแน่ๆ เพราะให้ความรู้สึกที่แย่เหมือนๆกัน ตอนนี้โทมะจะต้องเป็นห่วงแน่ๆ แน่นอนว่าครอบครัวของเราก็เหมือนกัน แต่พวกท่านไปต่างประเทศคงไม่รู้เรื่องของเรา เพราะฉะนั้นคนที่เราเชื่อใจได้ในตอนนี้คือโทมะ ดังนั้นให้เชื่อว่าโทมะจะมาและรอก่อน

ทางด้านฝั่งโทมะ เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว ก็เห็นว่าภายในห้องมืดสนิท นึกว่าเราหลับอยู่เลยเปิดไฟดูกลับพบว่าเราหายตัวไป ทั้งที่กำชับแล้วว่าห้ามออกไปไหนเด็ดขาด ชายหนุ่มลองติดต่อหาดูก็พบว่าติดต่อไม่ได้เลยลองไปหาดูที่บ้านของเราก่อน แต่ก็ไม่พบจึงหาที่อื่นๆ พอมาถึงทางถนนสายหลักก็พบกับอิกกิและแฟนคลับ เขาถึงลองสอบถามดู แต่ดูแล้วอิกกิไม่รู้เรื่อง โทมะคิดว่าพวกแฟนคลับอาจจะรู้ก็ได้(เพราะปฏิกิริยาเร่งเร้าให้อิกกิไปคาราโอเกะเพื่อขัดจังหวะ) แต่ยังไงพวกนางคงไม่ปริปากบอกแน่ พอมาถึงแถวสะพานก็ชนเข้ากับชายคนนึง(ลูกะ) อีกฝ่ายบอกว่าตนกำลังเดินไปแถวๆนี้เพื่อหาแรงบันดาลใจ พอโทมะเอาภาพเราให้ดูเผื่อรู้อะไรบ้าง ลูกะก็ชมว่าผู้หญิงในภาพช่างเป็นสาวงามอะไรเช่นนี้ โทมะคิดว่าไม่ได้อะไรเลยขอตัวก่อน

เมื่อมาถึงที่ร้าน Meido no Hitsuji ก็เห็นว่าร้านเปิดแล้วเลยเข้าไป เขาพบกับซาวะเลยสอบถามดู ก็รู้ว่าเห็นเราอยู่ที่ถนนสายหลักเลยไปที่แห่งนั้น จนมาถึงที่ๆเจอเราครั้งแรก ทว่าไร้วี่แวว โทมะที่แทบจะเข้าโหมดยันก็ตัดสินใจทำให้หัวเย็นลงก่อนโดยไปที่สวนสาธารณะ จากนั้นก็พยายามคิดว่าเราน่าจะอยู่ที่ไหนได้อีก เค้าพยายามทำให้เรามีความสุขแล้ว ทั้งที่อยากให้เรามีความสุข แต่กลับคิดอะไรบ้าๆจนได้
 

 
โทมะโทรหาชินเผื่อรู้อะไรบ้าง แต่เหมือนชินจะไม่รู้อะไรเช่นกัน เจ้าตัวก็กำลังเตรียมสอบเช่นเคย โทมะที่คิดจะวางสายก็ถูกชินถามว่าคงไม่ได้โทรมาเพราะถามแค่นี้หรอกสินะ(สมแล้วที่เป็นนุ้งชินของเรา เก่งมากค่ะ//อวยเข้าไป) ทั้งสองมีการต่อปากต่อคำเล็กน้อย แม้โทมะจะปฏิเสธไม่เล่าให้ฟัง แต่ชินพอเข้าใจสถานการณ์แล้วว่าเราหายตัวไป สุดท้ายโทมะก็ยอมให้ชินช่วยตามหาอีกแรง ยิ่งมีคนช่วยเพิ่มเท่าไหร่ก็จะหาตัวเราเร็วขึ้นเท่านั้นก่อนจะติดต่อกับทางตำรวจ
 
กลับมาทางฝั่งเรา โอริออนบอกว่าจะลองออกไปข้างนอกเพื่อดูว่ามีใครมาถึงแม้ว่าจะอยู่ห่างจากเราไม่เกิน 10 เมตรก็ตาม ผ่านไปประมาณ 5 นาที ภูติน้อยก็รีบกลับมาบอกว่าโทมะอยู่ข้างนอกนี้ไม่ไกลมากนัก ฝ่ายโทมะนั้นได้ลองเดินสำรวจอีกหน่อยก็พบว่าตรงนี้เคยเห็นภัตตาคารที่ถูกทิ้งร้างจึงมีฝุ่นเต็มไปหมด พอเรายกกล่องจากชั้นวางข้างบนได้สำเร็จก็พบว่ามีช่องลมอยู่ด้วยจึงตะโกนเรียกโทมะดังๆ พออีกฝ่ายได้ยินก็รีบดันประตูเข้ามาหา โชคดีที่เจอเราสำเร็จ แต่แล้วประตูกลับปิดเอง ซ้ำไฟในห้องก็เปิดตามด้วยไอเย็น โทมะจึงรู้แล้วว่าห้องนี้คือห้องแช่แข็งนี่เอง เค้าบอกว่าอีกสักพักชินก็คงจะตามมา อีกฝ่ายเป็นคนช่างสังเกต ยังไงก็ต้องรู้ว่าอยู่แถวนี้แน่ เพราะฉะนั้นขอให้รออีกฝ่าย แต่ตอนนี้อากาศเริ่มหนาว เราเองก็เริ่มไม่ไหว โทมะจึงสวมกอดเราเพื่อให้อุ่นขึ้น
 
 
ผ่านไปสักพัก เราได้ยินเสียงคนเดินมาคาดว่าน่าจะเป็นชิน และก็ใช่อย่างที่คิด ชินเข้ามาพร้อมบ่นนิดหน่อย โทมะขอให้ชินดันประตูไว้ก่อนเพราะกลัวมันจะปิดอีก(ได้ขังสามก็งานนี้) ส่วนเค้าจะอุ้มเราออกไป
 
ในที่สุดก็ออกมาได้สำเร็จ ชินบอกว่าพอติดต่อกับโทมะครั้งสุดท้ายก็ติดต่อไม่ได้อีก เลยลองหาดูที่ๆโทมะอยู่ล่าสุดซึ่งก็คือตรอกและสำรวจในละแวกใกล้เคียง (สมกับเป็นชิน พ่อหนุ่มนักสืบของเจ๊ >////<) โทมะถามอีกฝ่ายว่าเห็นใครแถวๆนี้บ้างรึเปล่า ชินก็บอกไม่เจอใครเลยและขอตัวกลับก่อน ซึ่งทำให้โทมะสงสัยเพราะแถวนี้มันถูกปล่อยร้างมานานเพราะงั้นไฟฟ้าน่าจะถูกตัดไปแล้ว แล้วทำไมไฟฟ้ากลับใช้งานได้ซ้ำยังกะแช่แข็งได้อีก
 
คิดไปก็เท่านั้น โทมะตัดสินใจพาเรากลับไปก่อนเพราะดูแล้วเราเหนื่อยมามาก แม้จะดุเล็กน้อยเรื่องที่ไม่ยอมฟังเค้าก็ตาม แต่เค้าก็สัญญากับตัวเองว่าไม่ว่ายังไงเค้าจะปกป้องเราให้ได้ ไม่ว่าด้วยวิธีไหนก็ตามแต่
 
(และนี่คือจุดเริ่มต้นสู่การจับนางเอกเข้ากรง//ห๊ะ)
 
Love

เหตุการณ์เริ่มในวันที่ 22 มีนาคม ครึ่งปีผ่านไปแล้วที่เราเริ่มคบกับโทมะ เราเผลอหลับไปวูบนึง พอตื่นขึ้นมาก็เห็นโทมะอยู่ตรงหน้านี้เอง อีกฝ่ายบอกว่าหลังกินข้าวเสร็จมีเรื่องที่จะคุยด้วย พอเสร็จแล้ว โทมะก็บอกว่าเค้าตัดสินใจหาห้องที่พวกเราอยู่ด้วยกันได้โดยจะไปดูกันพรุ่งนี้ เราเองก็ไม่คัดค้านและดีใจมากด้วยซ้ำที่ได้อยู่ด้วยกัน
 
วันต่อมาพวกเราสำรวจตามแมนชั่นต่างๆ พอจะหาที่ต่อไปดูก็บังเอิญพบกับคนขายของ(ในภาคหลัก) อีกฝ่ายหยอกล้อโทมะว่าหาห้องกันอยู่สินะ ดีจังเลยน้าก็อยู่ด้วยกันนี่เนอะ ฝ่ายโทมะก็กระอักกระอ่วนที่จะตอบและรีบลากเราออกไปทันที ถึงยังงั้นไม่ว่าจะไปที่ไหนๆก็บังเอิญเจอพนักงานสาวคนนั้นอยู่ร่ำไป(เธออยู่เพื่อโอนี่จังโดยเฉพาะจริงจัง lol) พวกเราตัดสินใจว่าไว้ค่อยหาวันอื่นดีกว่า ตอนนี้ก็ไปที่ซุปเปอร์เพื่อซื้อของสำหรับทำมื้อเย็นกัน

ระหว่างทาง เรากับโทมะเห็นกลุ่มเด็กกำลังเล่นไล่จับอยู่  ทำให้นึกถึงตอนสมัยพวกเรายังเด็กๆ เรามองเห็นบ้านหลังนึงที่มีสวนอยู่ทำให้อยากมีบ้านแบบหลังนั้นบ้าง แม้จะยากสำหรับตอนนี้ก็ตาม โทมะจึงบอกว่าเค้าจะลองคุยกับผู้จัดการเรื่องเพิ่มเวลาทำงานพิเศษดู ค่าแรงจะได้เพิ่มขึ้นบ้าง ถึงจะเล็กน้อย แต่เพื่อความหวังของเราแล้วเค้าจะทำให้สำเร็จ
 
พอเราถามกลับว่าแล้วตัวโทมะล่ะอยากได้อะไรบ้าง ทั้งที่อีกไม่นานเค้าก็จะเรียนมหา’ลัยจบ เค้าก็บอกไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ขอแค่อยู่กับเราก็ดีใจมากแล้ว
 
วันต่อมาที่ทำงาน เราพูดคุยกับซาวะและมิเนะเรื่องที่อยู่ใหม่ ประจวบเหมาะที่อิกกิมาร่วมวงพอดี เค้าเสนอว่าจะลองคุยกับเคนท์ดูเพราะรายนั้นรู้เยอะกว่า
 
ตกเย็น ระหว่างที่เรากับโทมะกำลังจะทานอาหารนั้น อิกกิกับเคนท์ก็มาที่ห้องของโทมะเพื่อเอาข้อมูลเรื่องต่อเติมมาให้ เราบอกว่าอยากให้ที่ระเบียงกว้างกว่านี้ สองหนุ่มเลยเดินออกไปดู โทมะนึกได้ว่าตรงนั้นมีกรง(...)เลยรีบห้าม ทว่าช้าไปแล้ว พอเห็นเข้า ทั้งสองก็ตัดสินใจปิดระเบียงทันที ด้วยความที่เคนท์สงสัยก็ถามว่ามีกรงไว้ทำไม อิกกิบอกว่าก็คงจะเล่นอะไรแบบนั้นมั้ง(แบบนั้นมันแบบไหนเนี่ย ขอคำอธิบายด่วน) เราพยายามแถว่าเอาไว้สำหรับสุนัขที่จะเลี้ยง อีกฝ่ายก็บอกว่ามันใหญ่เกินไปหน่อยนะ ทุกคนที่อยู่ในห้องก็เงียบกันหมด ในที่สุดอิกกิก็สรุปว่าเค้าจะทำเป็นไม่เห็นอะไรแล้วกันจากนั้นก็ออกไป โดยไม่ทันฟังคำปฏิเสธของโทมะเลย lol
 
ก่อนจะนอนโทมะได้เอ่ยขอโทษเรา ทำให้รู้ว่าเค้ายังคงโทษตัวเองอยู่เลยบอกว่ามันคงเป็นเรื่องยากที่จะผ่านมันไปก็จริงและอยากให้เค้าใส่ใจเรื่องตัวเองมากกว่าเราเสียบ้าง
 
 

เช้าวันต่อมา เรากับโทมะเดินไปยัง Meido no Hitsuji พร้อมกัน พอมาถึงก็โดนอิกกิล้อพอเป็นธรรมเนียม(เรื่องกรง)ก่อนจะเข้าไป วากะซังได้แบ่งหน้าที่ให้เรียบร้อย อิกกิเสนอกับเราว่าเค้าจะสลับหน้าที่กับโทมะให้จะได้อยู่ด้วยกัน เคนท์เข้ามาห้ามพร้อมเอ่ยทำนองเลิกแหย่พวกเราเล่นได้แล้ว มันทำให้เราลำบากใจ โทมะขอตัวไปจัดการงานของตัวเองที่ข้างหน้าก่อน เรารีบตามไปเพราะคิดว่าโทมะโกรธอยู่แน่ๆ ถึงโทมะจะปฏิเสธ แต่พอเราตื้อถามถึงยอม เค้าเองก็ไม่ค่อยชอบให้เราไปคุยกับผู้ชายคนอื่นเท่าไหร่นัก ถึงเราจะยกโทษให้ เขากลับยกโทษให้ตัวเองไม่ได้ ตอนที่ชินต่อยเค้าในตอนนั้นมันทำให้ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้(ย้อนกลับไปอ่านในภาค Later ได้ค่ะ) แต่ก่อนที่เราจะซักถามต่อ วากะซังก็เตือนว่าใกล้เวลาเปิดร้านแล้ว อย่าเพิ่งคุยกันตอนนี้ เราจึงยอม


หลังจากกลับบ้านที่ห้องของโทมะแล้ว เจ้าของห้องตัดสินใจยกกรงเข้ามาในห้องและบอกกับเราว่าจับเค้าขังไว้ในกรงเหมือนกับที่เค้าเคยทำกับเราซะ เล่นเอาเรางงไปชั่วขณะ โทมะบอกว่าในตอนนั้นเพื่อความปลอดภัยของเรา เค้าตัดอิสระและทุกอย่างของเราไป มันเป็นเรื่องที่โหดร้ายเกินกว่าจะให้อภัยเพราะงั้นเค้าอยากให้จับขังไว้เพื่อที่จะเข้าใจความรู้สึกของเราในตอนนั้นบ้าง เราตัดสินใจทำตามคำขออีกฝ่าย แต่พอถึงเวลาอาบน้ำนั้น….

 
(แม่เจ้า ขออุดกำเดาที่จะไหลแป๊บฮะ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ)

โทมะบ่นว่าตอนยังเด็กก็เคยอาบน้ำด้วยกัน ไม่เห็นมีอะไรต้องอาย ขอบคุณที่นางเอกก็คิดเหมือนเราคือตอนนี้กับตอนนั้นมันต่างกันนะ!!!

 

หลังจากที่ฝ่ายเราอาบน้ำเสร็จบ้าง ก็เห็นโทมะอยู่นอกกรงที่พังแล้ว ชายหนุ่มรีบแก้ตัวว่าไม่ได้ตั้งใจจะหนี เพียงแต่มีส่วนที่หลุดออกมาแค่นั้นเอง จากนั้นก็กลับเข้าไปในกรงอย่างว่าง่ายอยู่แล้ว เราถามโทมะว่าขอเล่นเกมจะได้รึเปล่า เจ้าตัวก็ไม่มีปัญหาแล้วบอกว่าเกม Destiny Kingdom เป็นเกมที่เราเล่นเก่งพอตัวเหมือนกันนี่นะ (มิทราบว่าจงใจล้อเกม Desert Kingdom รึเปล่าเนี่ย) ซึ่งรอบแรกเราชนะอีกฝ่ายแบบขาดลอย เหมือนก่อนหน้านี้จะมีใครบางคนสอนวิธีใช้สกิลได้ถูกเวลามาก่อน (ขอขอบคุณภูติน้อยโชตะล้านที...) แน่นอนว่าโทมะขอแก้ตัว กว่าจะชนะก็ปาเข้าไปรอบที่ 7 ถึงจะเฉียดฉิวก็ตาม พอถึงเวลานอน เราก็นึกได้ว่าตอนนั้นมีพวกตุ๊กตาอยู่ในกรงด้วย เลยเอาใส่ให้


 
เราหลุดขำเล็กน้อยและบอกว่าน่ารักดี เล่นเอาโทมะพูดด้วยความตกใจว่าตรงไหนกันเนี่ย ทว่าพอถึงเวลานอนจริงๆเรากลับขอเข้ามานอนด้วยคนเพราะนอนที่เตียงไม่ค่อยหลับเท่าไหร่ (เออ….คนเล่นขอเวลาขำปนสตั๊นสักครู่)
 
เช้าวันรุ่งขึ้น เราได้ยินเสียงพ่อซึนประจำเกม เอ๊ย นุ้งชินปลุก พอตื่นขึ้นมาก็พบว่าชินตัวจริงเสียงจริงมายืนปลุกพร้อมส่งสายตาประมาณว่าพวกนายสองคนนอนกันทำไมในกรง โทมะถามด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกว่ามาทำไม ชินก็ตอบแบบเซ็งๆว่าโทรมาไม่รับก็ต้องมาถึงที่สิพร้อมบอกว่ารีบๆออกมาได้แล้ว ไม่ฟังข้อแก้ตัวของพวกเราด้ว
 
ชินว่าพวกเรานี่มันบ้าของแท้เลย (ได้ยินคำว่าบากะจากคักกี้นี่มันรู้สึกปลื้มปริ่ม//เดี๋ยวนะ) แถมกุญแจมือนั่นอีก เล่นเอาชินเหนื่อยใจ หลังจากว่าเสร็จก็ขอตัวออกไป พอชินออกไปแล้ว โทมะก็บอกว่าตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าเขาไม่สามารถแก้ไขในสิ่งที่ทำลงไปได้ แต่ว่าต่อจากนี้เขาจะทำให้เรามีความสุขจริงๆและจะอยู่ด้วยกัน โทมะให้สัญญาว่าเค้าจะหาบ้านที่อบอุ่นสำหรับเราเพราะงั้นให้รอจนกว่าถึงวันนั้นด้วย
 
หลังจากบทส่งท้าย ก็ผ่านไปแล้ว 4 ปี เรากลับมายังบ้านหลังใหม่ที่หาได้แล้ว ก็พบกับชินและโทมะที่พูดคุยกันเสร็จ ชินขอตัวกลับก่อน ด้วยความสงสัยเราเลยถามกับโทมะว่าคุยอะไรกัน อีกฝ่ายก็บอกว่าคุยเรื่องที่เขาจะตัดสินใจเป็นทนายความก่อนจะเอ่ยขอบคุณเราที่คอยอยู่เคียงข้างเสมอมา ชายหนุ่มขอแต่งงานกับเรา ทำเอาเราร้องไห้ด้วยความดีใจ พวกเราตัดสินใจว่าจะแต่งงานกันหลังจากโทมะสอบเสร็จ ในระหว่างนั้นโทมะจะยุ่งมากจนกลับบ้านช้า เราเองก็ล้มป่วยลงเพราะฝืนมากเกินไป โชคดีที่โทมะมาทันเวลาและคอยดูแลเราก่อนจะเอ่ยขอโทษ จากนี้เค้าไม่อยากให้เราฝืนมากเกินไปนัก

1 อาทิตย์ผ่านไปในวันแต่งงาน ในงานแต่งเราสังเกตเครื่องประดับที่อีกฝ่ายใส่ โทมะอธิบายว่าเป็นของที่ชินให้มา เหมือนจะเป็นของๆแม่ชินเอง ส่วนโทมะก็มอบสร้อยคอให้กับเรา ทำมาจากไข่มุกที่ชื่อว่า มาเธอร์ ออฟ เพิร์ล เล่าว่ามันจะช่วยคุ้มครองผู้ที่มีมันไว้ และทั้งสองก็ได้จูบกัน
 


 
Love: Communication
 
เราสามารถเลือกสถานที่ 4 แห่งที่จะไปเดทและเลือกบทสนทนาคุยกับเคนท์เพื่อให้ค่าความรักเพิ่มหรือลดได้ หากค่าความรักเต็มก็จะได้ฉาก CG หวาน ๆหนึ่งภาพ
 
เรากับโทมะเดทกันจนพระอาทิตย์ตกดิน เขาให้คำสัญญาว่าเค้าจะอยู่ข้างไเรา ทำให้เรามีความสุขให้ได้ เราเองก็บอกว่าตอนนี้มีความสุขมากๆแล้วล่ะ ทำเอาโทมะดึงตัวเราเข้ามาจูบข้อหาน่ารักเกินไป(ณ จุดๆนี้เป็นอะไรที่น่ารักมาก >////<)


 
Toma's Route Crowd [End]

Daimond's World [Complete]
 
ความเห็นส่วนตัว
 
หลังจากภาค Later ที่สร้างความหวานระดับมดขึ้นจอ พลังโอนี่จังก็ยังคงรุนแรงยิ่งนัก รักษาพลังยันได้เหนียวแน่นเช่นเคย น่ารักจริงจัง ยิ่งตอนรับมือกับพนักงานคนนั้นไม่ได้นี่น่ารักสุดๆ อยากรู้เหมือนกันค่ะว่าในภาค World พี่เค้าจะยันบ้างมั้ยหนอ(นี่เอ็งโฟกัสแต่ความยันพี่เค้าเรอะ!!//แว่วเสียงคนอ่าน) โดยส่วนตัวแล้วเราว่าโทมะห่างจากกรงไม่ได้เลยจริงๆ เป็นไอเทมคู่กายแล้วสินะ จะโดนล้อสักแก๊กก็ไม่แปลก (หากพี่โทมะเด่นเรื่องกรง อุเคียวก็เด่นเรื่องสกิลสตอล์กเกอร์//ใช่ป่าวหว่า) และแล้วคนขายสาวคนนั้นท่าทางมีบุญให้แกล้งโทมะโดยเฉพาะจริงๆ//ฮา
 
ว่าแล้วก็น่าเสียดายที่ในรูทพี่โทมะ น้องภูติโชตะไม่ออกมาให้เห็นแวบๆเลย เสียไต T T
 
พอเล่นภาคนี้ก็อยากเล่นภาค world ต่อ ตังค์ดันไม่พอสอยแล้ว จะเอา limited edition แบบธรรมดาก็คงได้ ใครใจดียืมแผ่นหน่------//สัญญาณดับ
 
อย่างไรก็ตามต้องขอโทษที่ล่าช้านะคะ เอาแบบตรงไปตรงมาเลยคือ “ขี้เกียจ” ดองเขียนนานจนฝุ่นเขรอะขนาดนี้ หวังพึ่งสปอยล์ภาษาไทยย่อมเลทเด็ดๆ คือยอมรับค่ะว่ามันแย่มากที่ปล่อยไว้นานขนาดนี้ ว่าแล้วก็เหนื่อยจริงจัง ระหว่างที่หายไปนี้มีจิตตกอยู่บ่อยครั้งจนไม่เป็นอันเขียน แล้วเป็นคนเหนื่อยง่าย+ขี้เซามาก กว่าจะตื่นก็บ่ายๆ แย่มากจริง
 
อีกอย่างคือ...เซฟงานที่เขียนรีวิวหายค่ะ โน้ตบุ๊กเจ๊งจนได้ฤกษ์ซื้อใหม่ อด PS Vita ไปโดยปริยาย ก๊าซซซซซซซซซ อุตส่าห์เขียนรูทลิเบอร์ต้าจนจะจบแล้ว ไอ้บ้าเอ๊ย ไอ้ตูดหมึก!!!
 
พูดถึง PS Vita แล้วก็เฟลอีกล่ะ เงินหมด สอยกู๊ดส์และหนังสือซะเยอะ ออมเงินสำหรับเกมกันต่อไป เฮ้อ… (เราขอเข้าสู่สายเกมอย่างจริงจัง มีเงินสอยเกมอย่างเดียวล่ะ นานๆทีค่อยโผล่มาฝั่งกู๊ดส์กับซีดีแล้วกัน ยกเว้นกู๊ดส์หนุ่มโทนแดง ไม่ค่อยลังเลเท่าไหร่...)
 
ขอขอบคุณที่อ่านรีวิวของเรานะคะ!! ไว้พบกับรีวิว Amnesia Crowd รูทสตอล์กเกอร์...เอ๊ย อุเคียวกันค่ะ! ซียูยะฮู้ววววววว
 
ปล.มีข้อสงสัยอะไรเกี่ยวกับเกมโอโตเมทสามารถทิ้งคำถามได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ Semi Sweety หรือ http://ask.fm/SemiSweetysign (สำหรับคนที่ไม่ต้องการเผยตัว)ได้นะคะ ยินดีตอบทุกคำถามค้า >3<
 
ปล2.อยากเล่นรูทยานางิเซนเซย์เฟร้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
 
เจอกันเอนทรี่หน้าค่ะ!!♦

Comment

Comment:

Tweet